ขอนิมนต์/เชิญ ตั้งกระทู้ สนทนา ประสาบาลี

ขอนิมนต์/เชิญตั้งกระทู้ สนทนา ประสาบาลี

มีข้อสงสัยใคร่รู้ เรื่องใดๆ เกี่ยวกับบาลี

ขอนิมนต์/เชิญ มาร่วมกันถามร่วมกันตอบนะครับ

ที่ http://www.palidict.com/forum

รบกวนของเก็งบาลีประโยค สาม ปีนี้หน่อยครับ

กระผมพระบูรพาคณาจารย์ รบกวนท่านผู้รู้ทั้งหลายช่วยหาเก็งประโยคสามให้หน่อยเนื่องด้วยกระผมมีลูกศิษย์อยู่สองคนสอบประสามทั้งคู่ เลยยอยากขอเก็งหน่อยเพราะเณรใกล้จะสอบแล้ว หวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือนะครับ

ช่วยอธิบายให้กระจ่างด้วยครับ

เรียนท่านผู้รู้ ผมเรียนภาษาบาลี มาได้ระดับหนึ่งแต่พอเรียนไปยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่า บาลีเป็นภาษาที่ไม่มีหลักที่แน่นอน คือ
1.บางประโยคเป็นประโยคที่เหมือนกันแต่ท่านวางตำแหน่งคำไว้ไม่เหมือนกัน ในเมื่อประโยคเหมือนกันแปลเหมือนกันตำแหน่งคำ
ก็ต้องเหมือนกัน
2.และอีกอย่างกลักภาษาว่า บทวิเสสน ต้องวางอยู่หน้า บทที่ไม่ใช่วิเสสน แต่บางทีมันก็ไปวางอยู่ข้างหลัง
3.ยิ่งไปกว่านั้นในประโยคหนึ่งท่านให้มีกิริยาคุมภาคได้ตัวเดี่ยว บางประโยคก็ดันมี 2 ถึง 3 ตัว ทั้งที่ใช้กิริยาในระหว่างก็ได้
4.ในพระคาถา กิริยาบางตัว ที่ไม่ รู้ที่มา เช่น กรโต ใช้เป็นกิริยา อนาทร เพราะอำนาจตััวใหน กรํ แปลว่า กระทำอยู่ ลงวิภัตติอาขฺยาท
หมวดไหน และยิ่ง หมวดปัญจมี ลบ หิ ลบ ถ จะลบไปทำมัย
เรียนแค่สอบมันก็สอบได้ก็แค่อาศัยแปลบ่อยๆ ดูท่านแก้ไว้ในบทวิจารณ์ มันก็เหมือนลอกหรือจำไปสอบเท่านั้น
ประโยค ว่า " สุนเขหิ นํ ขาทาเปสฺสามีติ. แปลตามหลัก ว่า อ.เรา ยังพระเถระนั้น จักให้กัด ด้วยสุนัขทั้งหลาย ซึ่งเป็นคำแปลที่ไม่ได้ความ
ทำมั้ยท่านให้แปล หัก ตติยา เป็น ทุติยา ด้วยอำนาจของตัวใหนจึงให้แปลหักวิภัตติ ทั้งที่ประโยคนี้เขียนว่า "สุนเข นํ ขาทาเปสฺสามีติ.ก็ได้

เมื่อผมเรียนบาลีใหม่ๆ

เมื่อผมเรียนบาลีใหม่ๆ นักเรียนรุ่นพี่เล่าให้ฟังว่า มีนักเรียนรูปหนึ่งตั้งปัญหาถามอาจารย์ที่สอนในชั้นเรียนว่า "ปุริโส ศัพท์เดิม ปุริส ลง สิ ปฐมาวิภัตติ เอา อะ กับ สิ เป็น โอ สำเร็จรูปเป็น ปุริโส ทำไมจะต้องเอา อะ กับ สิ โอ ?"
รู้สึกว่า นักเรียนรูปนั้นจะเรียนไม่สำเร็จ ตอนนี้ไปอยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่ทราบ
ผมเองก็เคยคิดเหมือนกับที่ท่านผู้ตั้งกระทู้คิดและเขียนมา แต่อาจารย์ท่านบอกว่า การเรียนบาลีนั้นเริ่มต้นด้วยจำ 80% เข้าใจเพียง 20%
ถ้าใครผ่านระยะนี้ไปได้ อัตราส่วนจะค่อยๆ ผกผัน จนถึงระดับ จำแค่ 20% เข้าใจ 80% และถ้าถึงที่สุดแล้ว จะเข้าใจเต็ม 100% โดยแทบจะไม่ต้องจำเลย
เมื่อก่อน ผมเคยข้องใจว่า ทำไมภาษาบาลีจะต้องพูดว่า อุทกสฺส ปูเรติ แล้วให้แปลว่า "เต็มด้วยน้ำ" ทำไมไม่พูดเสียเลยว่า อุทเกน ปูเรติ จะต้องหักฉัฏฐีเป็นตติยาทำไม ?
ผมผ่านระยะวุ่นวายมาได้ จนวันนี้จึงรู้คำตอบ
ถ้าใครพูดเป็นภาษาไทยว่า "หม้อใบนี้เต็มด้วยน้ำ" แล้วให้ผมแปลเป็นภาษาบาลี ถ้าผมแปลว่า "อยํ กุมฺโภ อุทเกน ปูเรติ" ผมจะรู้สึกทันทีว่า อ้าว นี่มันบาลีไทยนี่ บาลีแท้เขาไม่พูดแบบนี้หรอก
อดทน พยายามไปเถอะครับ วันใดที่ผ่านระยะวุ่นวายนี้ไปได้ วันนั้นจะรู้ได้ด้วยตัวเองว่า บาลีแท้นี่ช่างไพเราะเสียจริงหนอ

?

ตติยาวิภัตติ แสดงกรณการก (เครื่องทำ) ส่วน ฉัฏฐีวิภัตติ แสดงสัมพันธการก (เจ้าของ)
ดังนั้น "อุทกสฺส ปูเรติ" = เต็มโดยน้ำ/เต็มด้วยน้ำ/มีน้ำเต็ม
ก็น่าจะถูกแล้วนี่ครับ?

# แก้ไข
ดังนั้น "อุทเกน ปูเรติ" = เต็มโดยน้ำ/เต็มด้วยน้ำ/มีน้ำเต็ม
ก็น่าจะถูกแล้วนี่ครับ?

?

ตติยาวิภัตติ แสดงกรณการก (เครื่องทำ) ส่วน ฉัฏฐีวิภัตติ แสดงสัมพันธการก (เจ้าของ)
ดังนั้น "อุทกสฺส ปูเรติ" = เต็มโดยน้ำ/เต็มด้วยน้ำ/มีน้ำเต็ม
ก็น่าจะถูกแล้วนี่ครับ?

เมื่อผมเรียนบาลีใหม่ๆ

ภาษาบาลี เป็นภาษาที่มีระเบียบแบบแผน มีกฎเกณฑ์ทางไวยากรณ์ครับ และโดยอย่างยิ่งเป็นภาษาที่รักษาพระพุทธพจน์ไว้ ดังนั้น คำแต่ละคำ จึงจำจะต้องมีที่ไปที่มา มีเหตุมีผลมารับรอง เรื่องนี้ผมคิดว่า น่าจะเป็นคำตอบที่ว่า เอา อะ กับ สิ เป็น โอ ได้อย่างไร หรือวิภัตติบางตัวเมื่อลงไปแล้ว กลับลบทิ้งเสีย อย่างนี้แล้วจะลงไปทำไม ? คาดว่าที่เป็นอย่างนี้ เพื่อทำให้คำมีที่ไปที่มาเฉยๆ นะครับ

สมัครสมาชิก

สมัครสมาชิก แล้วไปตั้งกระทู้ในเว็บบอร์ด เป็นที่เป็นทางกันดีกว่านะครับ

ขอโค๊ด พิมพ์ ตุง

ขอโค๊ดที่ใส่ ตุง หรือ อํ หน่อยครับ

แปล อย่างไรครับ

ผมต้องการทราบ ว่าแปลอย่างไรครับ

ยตฺถ อจฺโจทกํ โหติ สโมทนฺตํ ปกุพฺพติ
ยญฺจ สุกฺขํ อโสทญฺจ ตินฺตํ โสทํ กโรติ นํ
กสกา กิจฺฉชีวีปิ ทลิทฺทา พหุกา อิธ

ออกสนามหลวงปี 2530 ครับ ด้วยผมกำลังฝึกแต่งฉันท์ ครับ เรียนเอง ไม่มีครูสอน เลยนำปัญหาสนามหลวงมาฝึกแปลดู กรุณาช่วยสอนแต่งฉันท์ให้ผมโดยผ่านทางอีเมลล์ ให้ด้วยจะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง วันละบทครับ ขอบคุณล่างหน้าครับ เมลล์ mmm2000@Thaimail.com