คำต่างๆ ที่มีอยู่ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ถ้าหากทราบว่าคำใดมาจากคำในภาษาอะไร ก็มักจะบอกที่มาของคำนั้นไว้ด้วย เพื่อผู้ดูพจนานุกรมจะได้ทราบที่มาที่ไปของคำ เป็นการเพิ่มพูนความรู้ทางนิรุกติศาสตร์ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น และก็ปรากฏว่าคำส่วนใหญ่ในภาษาไทย มักจะมาจากคำบาลีหรือสันสกฤต
บางครั้งคำไทยที่เขียนเป็นรูปบาลีและสันสกฤต แต่มีความหมายอย่างไทย ไม่ใกล้เคียงกับภาษาเดิม ก็มีอยู่เป็นอันมาก เช่น
คำบาลีและสันสกฤตที่เรานำมาใช้ในภาษาไทย ที่มีความหมายต่างไปจากความหมายเดิม ยังมีอีกมากมาย เช่น คำว่า เวทนา สงสาร ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม คำที่น่าสนใจอย่างยิ่งพวกหนึ่งก็คือ คำที่มิใช่บาลีหรือสันสกฤตโดยตรง แต่บรรพบุรุษของเราท่านเก่งมาก สามารถนำทั้งคำบาลีและสันสกฤตมาผสมกันเป็นคำไทยที่มีรูปร่างคล้ายแขก ซึ่งแขกเองก็คงไม่ทราบว่าคำเหล่านั้นเป็นภาษาแขกที่แท้จริงหรือไม่ และบางทีคนไทยด้วยกันที่ไม่เข้าใจ ก็มักคิดว่าคนโบราณเขียนผิด
ข้าพเจ้าขอยกตัวอย่างเช่นคำว่า "ศิริ" ซึ่งคนเก่าๆ ท่านใช้ "ศ" แทบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นชื่อคนหรือในเรื่องมงคลที่เราเรียกว่า "ศิริมงคล" ก็ตาม ทั้งนี้เพราะคำบาลีเขียนว่า "สิริ" ใช้ ส (เสือ) ถ้าเป็นคำสันสกฤตก็เป็น "ศรี" การที่บรรพบุรุษของเราเขียนเป็น "ศิริ" นั้น ไม่ใช่เพราะท่านไม่มีความรู้ในด้านภาษาบาลีและสันสกฤต ความจริงท่านรู้ดีกว่าพวกเรามากนัก ท่านก็เอารูปบาลีกับรูปสันสกฤตมาผสมกันเป็น "ศิริ" คือเอาตัว ศ มาจากคำสันสกฤตว่า "ศรี" และเสียง "อิริ" ก็มาจากคำบาลีว่า "สิริ"
คำว่า "สถูป" ในภาษาไทยนั้น ถ้าเป็นภาษาบาลีก็เขียนว่า "ถูป" ถ้าเป็นภาษาสันสกฤต ก็เขียนว่า "สตูป" แต่ทั้ง 2 คำ ถ้าออกเสียงแบบไทยเป็น "ถูบ" หรือ "สะตูบ" ไม่เพราะทั้ง 2 แบบ บรรพบุรุษของเราก็เอาตัว "ส" มาจากคำว่า "สตูป" ในภาษาสันสกฤต มาไว้หน้า "ถูป" ซึ่งเป็นคำบาลี จึงกลายเป็น "สถูป" (สะ - ถูบ) ในภาษาไทย ซึ่งมีเสียงเพราะกว่า "ถูป" (ถูบ) และ "สตูป" (สะ - ตูบ) อย่างมากมาย
คำว่า "ปรกติ" ซึ่งข้าพเจ้าเคยคิดว่าเป็นคำสันสกฤต ซึ่งตรงกับคำบาลีว่า "ปกติ" (ปะ - กะ - ติ) แต่ความจริงแล้วหาใช่คำสันสกฤตไม่ เพราะคำสันสกฤตคือ "ปรกฤติ" (ประ - กริ - ติ) ซึ่งออกเสียงแบบไทยไม่เพราะเลย ท่านจึงเอา "ร" กล้ำจาก "ปฺรกฺฤติ" มากล้ำกับคำบาลีที่ว่า "ปกติ" จึงสำเร็จรูปแบบคำพันทางว่า "ปรกติ"
คำว่า "ปถวี" ที่เราพบอยู่เสมอ แม้หนังสือไตรภูมิพระร่วงก็เขียนอย่างนี้ ความจริงแล้ว ถ้าเป็นคำบาลี ต้องเขียนว่า "ปฐวี" และถ้าเป็นคำสันสกฤตก็ต้องเขียนว่า "ปฺฤถวี" เราเอา "ป" (ปะ) จากคำบาลีว่า "ปฐวี" มาผสมกับ "- ถวี" พยางค์ท้ายของคำสันสกฤต จึงกลายเป็น "ปถวี" แต่ถ้าพูดถึง "ปฐพี" ก็ต้องใช้ ฐ ตามรูปบาลี แล้วแผลง ว เป็น พ
คำที่น่าสนใจอีกคำหนึ่งก็คือคำว่า "ฉิมพลี" อย่างในคำว่า "วิมานฉิมพลี" คำว่า "ฉิมพลี" เป็นคำภาษาอะไร คนส่วนมากก็คิดว่าเป็นคำบาลี ความจริงนั้นคำบาลี คือ "สิมฺพลี" แปลว่า "ไม้งิ้ว" หรือ "สิมพลิวัน" ก็แปลว่า "ป่าไม้งิ้ว" คำนี้ตรงกับคำสันสกฤตว่า "ศาลฺมลี" เรารับรูปบาลีมาใช้ แต่แผลง ส เป็น ฉ ทั้งนี้เพราะคำในภาษาไทย บางที ฉ กับ ส ก็ใช้แทนกันได้ เช่น ฉลาก กับ สลาก ฉลาด กับ สลาด ฉลัก กับ สลัก ดังนั้น "สิมฺพลี" (สิม-พะ-ลี) ในภาษาบาลีจึงมาเป็น "ฉิมฺพลี" (ฉิม-พะ-ลี) ในภาษาไทย
นี่นับว่าเป็นอัจฉริยลักษณะของภาษาไทยอย่างหนึ่ง.
จำนงค์ ทองประเสริฐ
23 กันยายน 2535
ที่มา: ภาษาไทย 5 นาที
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
ช่วยยกตัวอย่างคำให้ด้วยน่ะค่ะ
ช่วยยกตัวอย่างคำให้ด้วยน่ะค่ะ
ชอบมากมีเนื้อหา ความหมาย
ชอบมากมีเนื้อหา ความหมาย มีข้อความอ่านได้ชัดเจนมากดีมากๆๆๆคะชอบมากเลย
อยากได้ทั้งความหมายเลยอะคับ
อยากได้ทั้งความหมายเลยอะคับ
งงจัง โปรดยกตัวอย่างก้ดีนะจร้
งงจัง
โปรดยกตัวอย่างก้ดีนะจร้า
ผู้เขียน
น่าจะมีเนื้อหาให้มากกว่านี้หน
น่าจะมีเนื้อหาให้มากกว่านี้หน่อย
อยากได้ตัวอย่างยอะๆอ่ะค่ะพอดี
อยากได้ตัวอย่างยอะๆอ่ะค่ะพอดีทำรายงานเรื่องนี้อยากได้ตัวอย่างแต่ม๊ะเห็นมีเลย มีกะมีนิดเดียว
ทำต่อไปครับ
ทำต่อไปครับ
แสดงความคิดเห็น