เฉลยข้อสอบบาลีสนามหลวง ป.ธ.3 ปี 2538

ปย.1-2 | ป.ธ. 3 | ป.ธ. 4 | ป.ธ. 5 | ป.ธ. 6 | ป.ธ. 7 | ป.ธ. 8 | ป.ธ. 9

| 2539 | 2540 | 2541 | 2542 | 2543 | 2544 | 2545 | 2546 |

ประโยค ป.ธ. 3
ปัญหาและเฉลย บาลีไวยากรณ์
สอบวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2538

1. พยัญชนะสังโยคคืออะไร ฯ สญฺจรติ, นิคฺขมติ, หงฺโส, อุตฺสาโห ประกอบสังโยคผิดหรือถูกฯ  ถ้าผิดจงแก้ให้ถูก และบอกด้วยว่า ถูกหรือผิดเพราะอะไร ฯ

คือพยัญชนะที่ใช้ซ้อนกันได้ หรือพยัญชนะที่เป็นตัวสะกดตามลักษณะ ที่จะประกอบพยัญชนะซ้อนกัน ดังนี้
1. พยัญชนะวรรคทั้งหลาย พยัญชนะที่ 1 ซ้อนหน้า พยัญชนะที่ 1 และที่ 2 ในวรรคของตนได้
2. พยัญชนะที่ 3 ซ้อนหน้า พยัญชนะที่ 3 และที่ 4 ในวรรคของตนได้
3. พยัญชนะที่ 5 สุดวรรคซ้อนหน้าพยัญชนะในวรรคของตนได้ ทั้ง 5 ยกเสียแต่ตัว ง ซึ่งเป็นสะกดอย่างเดียว มิได้มีสำเนียงในภาษาบาลี ซ้อนหน้าตัวเองไม่ได้
4. พยัญชนะอวรรค 3 ตัว คือ ย ล ส ซ้อนหน้าตัวเองได้

จะทราบว่าประกอบสังโยคผิด หรือถูก พึงอาศัยลักษณะประกอบ พยัญชนะข้างต้น

สญฺจรติ ถูก เพราะ จ อยู่หลัง ซ้อน ญฺ พยัญชนะสุดวรรค ได้ตามหลักข้อที่ 3
นิคฺขมติ ผิด เพราะพยัญชนะที่ 3 คือ ค ซ้อนพยัญชนะที่ 2 อย่างนี้ไม่เป็นไปตามหลักข้อที่ 2 แก้เป็น นิกฺขมติ เพราะ ข อยู่หลังจึงซ้อน ก ได้ตามหลักข้อที่ 1
หงฺโส ผิด เพราะ ส เป็นพยัญชนะอวรรคอยู่หลัง จะอาเทสนิคคหิต เป็น ง ไม่ได้ แก้เป็น หํโส
อุตฺสาโห ผิด เพราะพยัญชนะหลัง คือ ส ซึ่งเป็นตัวตามนั้น เป็นพยัญชนะอวรรค จะซ้อน ต ซึ่งเป็นพยัญชนะวรรคไม่ได้ แก้เป็น อุสฺสาโห โดยซ้อน ส ตามหลักข้อที่ 4 ฯ

2. อาคโม เป็นสนธิกิริโยปกรณ์ ในสนธิอะไรได้บ้าง  และในสนธินั้นๆ มีหลักเกณฑ์การลงอาคมไว้อย่างไร ฯ  จงตอบพร้อมด้วยตัวอย่าง ฯ   ตปนฺตมาทิจฺจมิวนฺตลิกฺเข เป็นสนธิอะไร ฯ ตัดและต่ออย่างไร

เป็นสนธิกิริโยปกรณ์ได้ครบทั้ง 3 สนธิ คือ สระสนธิ พยัญชนะสนธิ และนิคคหิตสนธิ และมี หลักเกณฑ์การลงอาคม ไว้ดังนี้

ในสระสนธิ ถ้าสระ โอ อยู่หน้า พยัญชนะอยู่หลัง ลบ โอ เสียแล้ว ลง อ อาคม ได้บ้าง ตัวอย่าง โส - สีลวา เป็น สสีลวา เป็นต้น ถ้าพยัญชนะอยู่เบื้องปลาย ลบ อ ที่สุดศัพท์หน้าเสียแล้วลง โอ อาคมได้บ้าง ตัวอย่าง ปร - สหสฺสํ เป็น ปโรสหสฺสํ เป็นต้น

ในพยัญชนะสนธิ ถ้ามีสระอยู่เบื้องหลัง ลงพยัญชนะอาคม 8 ตัว คือ ย ว ม ท น ต ร ฬ ได้บ้าง ตัวอย่าง
ย    อาคม    ยถา - อิทํ    เป็น     ยถายิทํ
ว    อาคม    อุ - ทิกฺขติ    เป็น    วุทิกฺขติ
ม    อาคม    ครุ - เอสฺสติ    เป็น    ครุเมสฺสติ
ท    อาคม    อตฺต - อตฺโถ    เป็น    อตฺตทตฺโถ
น    อาคม    อิโต - อายติ    เป็น    อิโตนายติ
ต    อาคม    ตสฺมา - อิห    เป็น    ตสฺมาติห
ร    อาคม    สพฺภิ - เอว    เป็น    สพฺภิเรว
ฬ    อาคม    ฉ - อายตนํ    เป็น    ฉฬายตนํ
ในสัททนีติว่าลง ห อาคมก็ได้ ตัวอย่าง สุ - อุชุ เป็น สุหุชุ

ในนิคคหิตสนธิ เมื่อสระก็ดี พยัญชนะก็ดี อยู่เบื้องหลัง ลงนิคคหิตอาคมได้บ้าง ตัวอย่าง อว - สิโร เป็น อวํสโร เป็นต้น

ตปนฺตมาทิจฺจมิวนฺตลิกฺเข เป็น อาเทสนิคคหิตสนธิ และ โลปสระสนธิ ตัดเป็น ตปนฺตํ-อาทิจฺจํ-อิว-อนฺตลิกฺเข  
ระหว่าง ตปนฺตํ-อาทิจฺจํ ถ้านิคคหิตอยู่ข้างหน้า สระอยู่ข้างหลัง แปลงนิคคหิตเป็น ม ต่อเป็น ตปนฺตมาทิจฺจํ
ระหว่าง ตปนฺตมาทิจฺจํ - อิว ถ้านิคคหิตอยู่ข้างหน้า สระอยู่ข้างหลัง แปลงนิคคหิตเป็น ม ต่อเป็น ตปนฺตมาทิจฺจมิว
ระหว่าง ตปนฺตมาทิจฺจมิว - อนฺตลิกฺเข ถ้าสระหน้าเป็นรัสสะ สระหลังเป็นรัสสะมีพยัญชนะ สังโยคอยู่เบื้องหลังก็ดี เป็นทีฆะก็ดี ลบสระหน้าคือลบ อ ที่สุดแห่ง ตปนฺตมาทิจฺจมิว เสีย ต่อเป็น ตปนฺตมาทิจฺจมิวนฺตลิกฺเข ฯ

3. มโนคณะได้แก่ศัพท์อะไรบ้าง ฯ  เมื่อเข้าสมาสแล้วนิยมให้ทำอย่างไร ฯ   อถ นํ ทหโร ตฺวํ ฉินฺนสีสา มาตาปิตโรปิ เต ฉินฺนสีสาติ อกฺโกสิ  เฉพาะคำที่ขีดเส้นให้ไว้ในประโยคนี้ เป็นนามศัพท์ชนิดไหน ฯ เป็นลิงค์ วจนะ วิภัตติ และการันต์อะไร ฯ

ได้แก่ศัพท์เหล่านี้ คือ (มี 12 ศัพท์)
มน    ใจ        เตช    เดช
อย    เหล็ก        ปย    น้ำนม
อุร    อก        ยส    ยศ
เจต    ใจ        วจ    วาจา
ตป    ความร้อน    วย     วัย
ตม    มืด        สิร    หัว
เมื่อเข้าสมาสแล้วนิยมเอาสระที่สุดศัพท์ของตนเป็น โอ ได้เหมือนคำว่า มโนคโณ หมู่แห่งมนะ อโยมยํ ของบุคคลทำด้วยเหล็ก เป็นต้น เว้น วจ ศัพท์ ไม่นิยมเช่นนั้น แต่นิยมเอาสระที่สุดของตนเป็น อี เหมือนคำว่า วจีกมฺมํ วจีทฺวารํ ฉะนั้น

ตฺวํ เป็น ปุริสสัพพนาม อิตถีลิงค์ เอกวจนะ ปฐมาวิภัตติ อ การันต์ ฯ
ฉินฺนสีสา เป็นคุณนาม อิตถีลิงค์ เอกวจนะ ปฐมาวิภัตติ อา การันต์ ฯ
ฉินฺนสีสา เป็นคุณนาม ปุงลิงค์ พหุวจนะ ปฐมาวิภัตติ อ การันต์ ฯ

4. วิภัตตินาม กับ วิภัตติอาขยาต เหมือนกันและต่างกันอย่างไร ฯ จงแจก ญา ธาตุ ในกัตตุวาจก วิภัตติหมวดกาลาติปัตติ เฉพาะปรัสสบทมาดู ฯ
เหมือนกันและต่างกัน ดังนี้
เหมือนกัน คือ จัดเป็น 2 วจนะ คือเอกวจนะและพหุวจนะ เหมือนกันฯ
ต่างกัน คือ วิภัตตินาม จัดไว้เป็น 7 หมวด สำหรับแจกนามศัพท์ เพื่อเป็นเครื่องหมาย ให้ทราบถึงลิงค์ วจนะ การันต์และอายตนิบาต
ส่วนวิภัตติอาขยาต จัดได้เป็น 8 หมวด สำหรับแจกมูลศัพท์ ฝ†ายกิริยาออกเป็นหมวดๆ เพื่อเป็นเครื่องหมายให้ทราบถึง กาล บท วจนะ บุรุษ และจัดเป็น 2 บท คือ ปรัสสบท และอัตตโนบท เป็น 3 บุรุษ คือ ปฐมบุรุษ มัธยมบุรุษ และอุตตมบุรุษ เพื่อเป็นเครื่องบ่งถึงนามที่เป็น ประธานแห่งกิริยา

ได้แจก ญา ธาตุ ด้วยวิภัตติหมวดกาลาติปัตติ เฉพาะปรัสสบท ดังนี้
ปุริส     เอก.     พหุ.
ป.     อชานิสฺส     อชานิสฺสํสุ
ม.     อชานิสฺเส     อชานิสฺสถ
อุ.     อชานิสฺสํ     อชานิสฺสามฺหา ฯ

5. ปัจจัยนามกิตก์แบ่งเป็นกี่พวก ฯ และใช้ต่างกันอย่างไร ฯ ปารคู (ชโน), โพธิ (ญาณํ), อาราโม (ธมฺโม), ลงปัจจัยอะไร ฯ เป็นรูปและสาธนะ อะไร ฯ จงตั้งวิเคราะห์มาดู ฯ

แบ่งเป็น 3 พวก และใช้ต่างกันอย่างนี้ คือ
1.    กิตปัจจัย สำหรับประกอบกับศัพท์ที่เป็นกัตตุรูปอย่างเดียว
2.    กิจจปัจจัย สำหรับประกอบกับศัพท์ที่เป็นกัมมรูป และภาวรูป
3.    กิตกิจจปัจจัย สำหรับประกอบกับศัพท์ทั้ง 3 เหล่า ฯ

ปารคู     ลง รู ปัจจัย เป็นกัตตุรูป กัตตุสาธนะ ลงในอรรถ แห่งตัสสีละ
วิ.    ปารํ คจฺฉติ สีเลนาติ ปารคู (ชโน) ฯ

โพธิ     ลง อิ ปัจจัย เป็นกัตตุรูป กรณสาธนะ
วิ.    พุชฺฌติ เตนาติ โพธิ (ญาณํ) ฯ

อาราโม (ธมฺโม)     ลง ณ ปัจจัย เป็นกัตตุรูป อธิกรณสาธนะ
วิ.    อาคนฺตฺวา รมนฺติ เอตฺถาติ อาราโม (ธมฺโม) ฯ

6. สมาสอะไรบ้าง ฯ นิยมบทปลงเป็นนปุงสกลิงค์ เอกวจนะอย่างเดียว   จะทราบได้อย่างไรว่า เป็นสมาสไหน ฯ   อุปสนฺตราคาทิกฺกิเลโส (ขีณาสโว) เป็นสมาสอะไร ฯ  จงตั้งวิเคราะห์มาตามลำดับ ฯ
ได้แก่ สมาหารทิคุสมาส สมาหารทวันทวสมาส และอัพยยีภาวสมาสฯ

ทราบได้โดยความนิยมต่างกันแห่งสมาสเหล่านั้น ดังนี้

สมาหารทิคุสมาส ต้องมีสังขยาเป็นบทหน้า บทหลังเป็นประธาน อุ. ตโย โลกา ติโลกํ ฯ
สมาหารทวันทวสมาส ต้องเป็นนามนาม ตั้งแต่ 2 บทขึ้นไปท่าน ย่อเข้าเป็นบทเดียวกัน และเป็นบทประธานทั้งสิ้น อุ. สมโถ จ วิปสฺสนา จ สมถวิปสฺสนํ ฯ
ส่วนอัพยยีภาวสมาส ต้องมี อุปสัค หรือนิบาต เป็นบทหน้า และใช้เป็นประธานของบทหลังด้วย อุ. ทรถสฺส อภาโว นิทฺทรถํ ฯ

อุปสนฺตราคาทิกฺกิเลโส (ขีณาสโว) เป็นฉัฏฐีตุลยาธิกรณพหุพพิหิสมาส มี วิเสสนบุพพบท กัมมธารยสมาส และฉัฏฐีตุลยาธิกรณพหุพพิหิสมาส เป็นภายใน มีวิเคราะห์ ดังต่อไปนี้
ฉ. ตุล.     วิ.    ราโค อาทิ เยสํ เต ราคาทโย (กิเลสา)
วิ. บุพ. กัม. วิ.    ราคาทโย กิเลสา ราคาทิกฺกิเลสา หรือ
   ราคาทโย จ เต กิเลสา จาติ ราคาทิกฺกิเลสา
ฉ. ตุล.     วิ.    อุปสนฺตา ราคาทิกฺกิเลสา ยสฺส โส อุปสนฺตราคาทิกฺกิเลโส (ขีณาสโว) ฯ

7. ณิก ปัจจัย มีในตัทธิตไหนบ้าง ฯ และใช้ต่างกันอย่างไร ฯ อาปายิโก (เทวทตฺโต), เถยฺยํ, คพฺภินี (เทวี) ลงปัจจัยอะไร ฯ ในตัทธิตไหน ฯ จงตั้งวิเคราะห์มาดู ฯ

มีใน โคตตตัทธิต และตรตยาทิตัทธิต ฯ
ในโคตตตัทธิต ใช้แทนศัพท์ได้เฉพาะ อปจฺจ ศัพท์ อย่างเดียว ฯ
ส่วนในตรตยาทิตัทธิต ใช้แทนศัพท์ได้ทั่วไป ไม่จำกัด ฯ

อาปายิโก     ลง ณิก ปัจจัย ใน ตรตยาทิตัทธิต
วิ. อปาเย นิพฺพตฺโต อาปายิโก (เทวทตฺโต) ฯ
เถยฺยํ    ลง ณฺย ปัจจัย ใน ภาวตัทธิต
วิ. เถนสฺส ภาโว เถยฺยํ หรือลง เณยฺย ปัจจัยตามนัยแห่งรูปสิทธิปกรณ์ และสัททนีติปกรณ์
คพฺภินี     ลง อี ปัจจัย ใน ตทัสสัตถิตัทธิต
วิ. คพฺโภ อสฺสา อตฺถีติ คพฺภินี (เทวี) ฯ

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

  • ที่อยู่เว็บและอีเมลจะเปลี่ยนเป็นลิงก์ให้อัตโนมัติ
  • แท็ก HTML ที่อนุญาตให้ใช้
  • ขึ้นบรรทัดและจัดย่อหน้าให้อัตโนมัติ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตัวเลือกการจัดรูปแบบ

By submitting this form, you accept the Mollom privacy policy.
Powered by Drupal, an open source content management system