เฉลยข้อสอบบาลีสนามหลวง ป.ย.2 ปี 2555

ประโยค 1-2
แปล มคธเป็นไทย
สอบ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555

แปล โดยพยัญชนะ

1. สาวตฺถิยํ หิ ฉตฺตปาณิ นาม อุปาสโก ติปิฏกธโร อนาคามี ฯ โส ปาโต ว อุโปสถิโก หุตฺวา สตฺถุ อุปฏฺฐานํ อคมาสิ ฯ อนาคามิอริยสาวกานํ หิ สมาทานวเสน อุโปสถกมฺมํ นาม นตฺถิ ฯ มคฺเคเนว เตสํ พฺรหฺมจริยญฺจ เอกภตฺติกญฺจ อาคตํ ฯ เตเนวาห “ฆฏิกาโร โข มหาราช กุมฺภกาโร เอกภตฺติโก พฺรหฺมจารี สีลวา กลฺยาณธมฺโมติ ฯ เอวํ อนาคามิโน ปกติยา ว เอกภตฺติกา จ พฺรหฺมจาริโน จ โหนฺติ ฯ โสปิ ตเถว อุโปสถิโก หุตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ธมฺมกถํ สุณนฺโต นิสีทิ ฯ ตสฺมึ สมเย ราชา ปเสนทิโกสโล สตฺถุ อุปฏฺฐานํ อคมาสิ ฯ อุปาสโก ตํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา “อุฏฺฐาตพฺพํ นุ โข, โนติ จินฺเตตฺวา “อหํ อคฺคราชสฺส สนฺติเก นิสินฺโน, ตสฺส เม ปเทสราชานํ ทิสฺวา อุฏฺฐาตุํ น ยุตฺตํ; ราชา โข ปน เม อนุฏฺฐหนฺตสฺส กุชฺฌิสฺสติ, เอตสฺมึ กุชฺฌนฺเตปิ, เนว อุฏฺฐหิสฺสามิ; ราชานํ ทิสฺวา อุฏฺฐหนฺเตน หิ ราชา ครุกโต โหติ, โน สตฺถา; เนว อุฏฺฐหิสฺสามีติ น อุฏฺฐหิ ฯ ปณฺฑิตปุริสา จ นาม ครุตรานํ สนฺติเก นิสีทิตฺวา อนุฏฺฐหนฺตํ ทิสฺวา น กุชฺฌนฺติ ฯ ราชา ปน ตํ อนุฏฺฐหนฺตํ ทิสฺวา กุปิตมานโส สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ

แปล โดยอรรถ
2. สตฺถา กุปิตภาวํ ญตฺวา “มหาราช อยํ ฉตฺตปาณิ อุปาสโก ปณฺฑิโต ทิฏฺฐธมฺโม ติปิฏกธโร อตฺถานตฺถกุสโลติ อุปาสกสฺส คุณกถํ กเถสิ ฯ รญฺโญ ตสฺส คุณกถํ สุณนฺตสฺเสว จิตฺตํ มุทุกํ ชาตํ ฯ
อเถกทิวสํ ราชา อุปริปาสาเท ฐิโต ฉตฺตปาณิอุปาสกํ กตภตฺตกิจฺจํ ฉตฺตมาทาย อุปาหนํ อารุยฺห ราชงฺคเณน คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ปกฺโกสาเปสิ ฯ โส ฉตฺตุปาหนา อปเนตฺวา ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ อถ นํ ราชา อาห “โภ อุปาสก กินฺเต ฉตฺตุปาหนํ อปนีตนฺติ ฯ “ราชา ปกฺโกสตีติ สุตฺวา อาคโตมฺหีติ ฯ “อชฺช อมฺหากํ ราชภาโว ตุมฺเหหิ ญาโต ภวิสฺสตีติ ฯ “สทาปิ มยํ ตุมฺหากํ ราชภาวํ ชานามาติ ฯ “เอวํ, กสฺมา ปุริมทิวเส สตฺถุ สนฺติเก นิสินฺโน มํ ทิสฺวา น อุฏฺฐหีติ ฯ “มหาราช อคฺคราชสฺส สนฺติเก นิสินฺโน ปเทสราชานํ ทิสฺวา อุฏฺฐหนฺโต สตฺถริ อคารโว ภเวยฺยํ; ตสฺมา น อุฏฺฐหินฺติ ฯ “โหตุ โภ, ติฏฺฐเตตํ, ตุมฺเห กิร ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกานํ อตฺถานตฺถานํ กุสลา ติปิฏกธรา อมฺหากํ อนฺเตปุเร ธมฺมํ วาเจถาติ ฯ “น สกฺกา เทวาติ ฯ “กึการณาติ ฯ “ราชเคหํ นาม มหาสาวชฺชํ, ทุยุตฺตสุยุตฺตกานิ ครุกาเนตฺถ เทวาติ ฯ

เฉลย ประโยค ๑-๒
แปล มคธเป็นไทย

แปล โดยพยัญชนะ

๑. ดังจะกล่าวโดยพิสดาร อ. อุบาสกชื่อว่าฉัตตปาณิ เป็นผู้ทรงไว้ซึ่งปิฎกสาม เป็นพระอนาคามี ย่อมเป็นในพระนครชื่อว่าสาวัตถี ฯ อ. อุบาสกนั้น เป็นผู้รักษาซึ่งอุโบสถ เป็น ได้ไปแล้วสู่ที่เป็นที่บำรุงของพระศาสดาใน เวลาเช้าเทียว ฯ ก็ ชื่อ อ. อุโบสถกรรม ด้วยสามารถแห่งการสมาทาน ย่อมไม่มี แก่อริยสาวกผู้อนาคามี ท. ฯ อ. พรหมจรรย์ด้วย อ. ความเป็นผู้มีภัตรหนเดียวด้วย มาแล้ว แก่อริยสาวกผู้อนาคามี ท. เหล่านั้น โดยมรรคนั่นเทียว ฯ เพราะเหตุนั้นนั่นเทียว อ. พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสแล้วว่า ดูก่อนมหาบพิตร อ. บุคคลผู้กระทำซึ่งหม้อ ชื่อว่า ฆฏิการะแล เป็นผู้มีภัตรหนเดียว เป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์โดยปกติ เป็นผู้มีศีล เป็นผู้มีธรรมอันงาม ย่อมเป็น ดังนี้ ฯ อ. พระอนาคามี ท. เป็นผู้มีภัตรหนเดียวด้วย เป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์โดยปกติด้วย ย่อมเป็น โดยปกติเทียว ด้วยประการฉะนี้ ฯ อ. อุบาสก ชื่อว่าฉัตต-ปาณิแม้นั้น เป็นผู้รักษาซึ่งอุโบสถ โดยประการนั้นนั่นเทียว เป็น เข้าไปเฝ้าแล้วซึ่งพระศาสดา ถวายบังคมแล้ว นั่งฟังอยู่แล้วซึ่งวาจาเป็นเครื่องกล่าว ซึ่งธรรม ฯ ในสมัยนั้น อ. พระราชาพระนามว่า ปเสนทิโกศล ได้เสด็จไปแล้ว สู่ที่เป็นที่บำรุงของพระศาสดา ฯ อ. อุบาสก เห็นแล้ว ซึ่งพระราชานั้นผู้เสด็จมาอยู่ คิดแล้วว่า อันเราพึงลุกขึ้นหรือหนอแล หรือว่า อันเราพึงลุกขึ้น หามิได้ ดังนี้ ไม่ลุกขึ้นแล้วด้วยอันคิดว่า อ. เรา นั่งแล้วในสำนักของพระราชาผู้เลิศ อ. อัน ๆ เรานั้นเห็น ซึ่งพระราชาผู้เป็นใหญ่ในประเทศ แล้วจึงลุกขึ้น ไม่ควรแล้ว อนึ่ง อ. พระราชาแล จักกริ้วต่อเราผู้ไม่ลุกขึ้นอยู่ ครั้นเมื่อพระราชานั่น แม้กริ้วอยู่ อ. เรา จักไม่ลุกขึ้นนั่นเทียว ด้วยว่า อ. พระราชา เป็นผู้อันเราผู้เห็นซึ่งพระราชาแล้วจึงลุกขึ้นอยู่ กระทำให้หนักแล้ว ย่อมเป็น อ. พระศาสดา เป็นผู้อันเราผู้เห็นซึ่งพระราชาแล้วจึงลุกขึ้นอยู่ กระทำให้หนักแล้ว ย่อมเป็น หามิได้ อ. เรา จักไม่ลุกขึ้นนั่นเทียว ดังนี้ ฯ ก็ชื่อ อ. บุรุษผู้เป็นบัณฑิต ท. เห็นแล้วซึ่งบุคคลผู้นั่ง ในสำนักของบุคคล ท. ผู้หนักกว่าแล้วจึงไม่ลุกขึ้นอยู่ ย่อมไม่โกรธ ฯ ก็ อ. พระราชาเห็นแล้ว ซึ่งอุบาสกนั้นผู้ไม่ลุกขึ้นอยู่ เป็นผู้มีใจกำเริบแล้ว เป็น ถวายบังคมแล้วซึ่งพระศาสดา ประทับนั่งแล้ว ณ ที่สุดข้างหนึ่ง ฯ

แปล โดยอรรถ
๒. พระบรมศาสดา ทรงทราบ (ว่า) พระราชาทรงกริ้ว จึงตรัสคุณกถาของอุบาสกว่า มหาบพิตร ฉัตตปาณิอุบาสกนี้เป็นบัณฑิต เห็นธรรม ทรงพระไตรปิฎกฉลาดในสิ่งที่เป็นประโยชน์และมิใช่ประโยชน์ ฯ เมื่อพระราชา ทรงสดับคุณกถาของอุบาสกนั้นเทียว พระทัยก็อ่อนลงแล้ว ฯ ครั้นภายหลัง วันหนึ่ง พระราชาประทับอยู่เบื้องบนปราสาท ทอดพระเนตร เห็นฉัตตปาณิอุบาสก ผู้รับประทานอาหารแล้ว กั้นร่ม สวมรองเท้าเดินไปทางพระลานหลวง ทรงรับสั่งให้เรียกมา ฯ อุบาสกนั้น เก็บร่มและรองเท้าแล้วเข้าไปเฝ้าพระราชา ถวายบังคมแล้วได้ยืนอยู่ ณ ที่อันสมควรส่วนหนึ่ง ฯ ครั้งนั้น พระราชาตรัสถามเขาว่า อุบาสกผู้เจริญ เพราะเหตุไร เธอจึงเก็บร่ม และรองเท้าเสียเล่า ฯ เขากราบทูลว่า ข้าพระองค์เป็นผู้ได้ฟังคำว่า พระราชา ตรัสเรียกหา จึงมาแล้ว ฯ พระราชาตรัสว่า พวกเธอ (เพิ่ง) จักรู้ความที่เราเป็นพระราชาในวันนี้หรือ ฯ เขากราบทูลว่า พวกข้าพระองค์ทราบความที่พระองค์เป็นพระราชา แม้ในกาลทุกเมื่อ ฯ พระราชาตรัสถามว่า เมื่อเป็นอย่างนี้ เพราะเหตุไรในวันก่อน เธอนั่งในสำนักของพระบรมศาสดา เห็นเราแล้ว จึงไม่ลุกขึ้น ฯ เขากราบทูลว่า ขอเดชะมหาราชเจ้า ข้าพระองค์นั่งอยู่ในสำนักของพระราชาผู้เลิศ เห็นพระราชาผู้เป็นใหญ่ในประเทศแล้วเมื่อลุกขึ้น (แสดงความเคารพ) จะพึงเป็นผู้ไม่มีความเคารพในพระบรมศาสดา เพราะฉะนั้น ข้าพระองค์จึงไม่ลุกขึ้น ฯ พระราชาตรัสว่า ช่างเถิดพ่อมหาจำเริญ เรื่องนี้ จงหยุดไว้ (แค่นี้) ทราบว่า เธอเป็นผู้ฉลาดในสิ่งที่เป็นประโยชน์และมิใช่ประโยชน์ ทั้งที่เป็นไปใน ทิฎฐธรรมและสัมปรายภพ ทรงพระไตรปิฎก ขอจงบอกธรรมแก่พวกเราภายในบุรีเถิด ฯ เขาทูลว่า ข้าพระองค์ไม่อาจ พระพุทธเจ้าข้า ฯ ตรัสถามว่า เพราะเหตุไร ฯ เขากราบทูลว่า ธรรมดาวังหลวงมีโทษมาก ในวังหลวงนี้ กิจที่ประกอบผิดและชอบ เป็นเรื่องที่หนัก พระพุทธเจ้าข้า ฯ

เฉลย ประโยค 1-2
ปัญหา บาลีไวยากรณ์

สอบ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555

1. จงเติมคำที่ถูกต้องลงในช่องว่าง ต่อไปนี้
พยัญชนะที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ในวรรคทั้ง 5 คือ................................................, และ ย........................, 21 ตัวนี้ เป็นโฆสะ ฯ

ได้เติมคำที่ถูกต้องลงในช่องว่างต่อไปนี้
พยัญชนะที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ในวรรคทั้ง 5 คือ ค ฆ ง, ช ฌ ญ, ฑ ฒ ณ, ท ธ น, พ ภ ม, และ ย ร ล ว ห ฬ, 21 ตัวนี้ เป็นโฆสะ ฯ

2. ในพยัญชนะสนธิ สัญโญโค มีเท่าไร ฯ  อะไรบ้าง ฯ  อิธปฺปโมทติ จัดเป็น อย่างไหน ฯ

ในพยัญชนะสนธิ สัญโญโค มี 2 คือ  ซ้อนพยัญชนะที่มีรูปเหมือนกันอย่าง 1  ซ้อนพยัญชนะที่มีรูปไม่เหมือนกันอย่าง 1 ฯ
อิธปฺปโมทติ จัดเป็นอย่างซ้อนพยัญชนะที่มีรูปเหมือนกัน ฯ

3. วิเสสนสัพพนาม แบ่งเป็นเท่าไร ฯ อะไรบ้าง ฯ ที่แบ่งแล้วนั้น ชนิดไหน มีศัพท์อะไรบ้าง ฯ

วิเสสนสัพพนามแบ่งเป็น 2 คือ อนิยม นิยม ฯ
อนิยมมีศัพท์คือ ย, อญฺญ, อญฺญตร, อญฺญตม, ปร, อปร, กตร, กตม, เอก, เอกจฺจ, สพฺพ, กึ,
นิยมมีศัพท์คือ ต, เอต, อิม, อมุ ฯ

4. ในอาขยาตนั้น ท่านแบ่งกาลที่เป็นประธาน และแบ่งกาลให้ละเอียดไว้อย่างไรบ้าง ฯ

ในอาขยาตนั้นท่านแบ่งกาลที่เป็นประธานได้ 3 คือ
กาลที่เกิดขึ้นจำเพาะหน้า เรียกว่าปัจจุบันกาล 1  กาลล่วงแล้ว เรียกว่าอดีตกาล 1  กาลยังไม่มาถึง เรียกว่าอนาคตกาล 1
และแบ่งกาลให้ละเอียดไว้อย่างนี้คือ ปัจจุบันกาลจัดเป็น 3  คือ  ปัจจุบันแท้ 1  ปัจจุบันใกล้อดีต 1  ปัจจุบันใกล้อนาคต 1
อดีตกาลจัดเป็น 3 เหมือนกันคือ  ล่วงแล้วไม่มีกำหนด 1  ล่วงแล้ววานนี้ 1  ล่วงแล้ววันนี้ 1
อนาคตกาลจัดเป็น 2 คือ  อนาคตของปัจจุบัน 1  อนาคตของอดีต 1 ฯ

5. ศัพท์เช่นไร ชื่อว่า กรณสาธนะ ฯ   และกรณสาธนะนี้ ท่านบัญญัติให้แปลว่าอย่างไร ฯ

ผู้ทำๆ ด้วยสิ่งใด ศัพท์ที่เป็นชื่อของสิ่งนั้น เป็นต้นว่า  พนฺธนํ วัตถุเป็นเครื่องผูก  ปหรณํ วัตถุเป็นเครื่องประหาร  วิชฺฌนํ วัตถุเป็นเครื่องไช   ชื่อว่า กรณสาธนะ ฯ
และกรณสาธนะนี้ท่านบัญญัติให้แปลว่า ที่เป็นกัตตุรูปแปลว่า "เป็นเครื่อง" ก็ได้ แปลว่า "เป็นเหตุ" ก็ได้   ที่เป็นกัมมรูป แปลว่า "เป็นเครื่องอันเขา" ก็ได้ "เป็นเหตุอันเขา" ก็ได้ ฯ

6. อะไรชื่อว่า ทวันทวสมาส ฯ   มีเท่าไร ฯ อะไรบ้าง ฯ   ปตฺตจีวรํ, สมณพฺราหฺมณา จัดเป็นอย่างไหน ฯ

นามนาม ตั้งแต่ 2 ศัพท์ขึ้นไป ท่านย่อเข้าเป็นบทเดียวกัน ชื่อว่า ทวันทวสมาส ฯ
มี 2 คือ สมาหาโร อสมาหาโร ฯ
ปตฺตจีวรํ จัดเป็นสมาหาโร
สมณพฺราหฺมณา จัดเป็น อสมาหาโร ฯ

7. ในชาตาทิตัทธิต มีปัจจัยเท่าไร ฯ  อะไรบ้าง ฯ   กาสาวํ, ปจฺฉิโม, เมธาวี ลงปัจจัยอะไร ฯ ในตัทธิตไหน ฯ

ในชาตาทิตัทธิตมีปัจจัย 3 ตัว คือ อิม, อิย, กิย ฯ
กาสาวํ ลง ณ ปัจจัยในราคาทิตัทธิต
ปจฺฉิโม ลง อิม ปัจจัย ในชาตาทิตัทธิต
เมธาวี ลงวี ปัจจัย ในตทัสสัตถิตัทธิต ฯ

ความคิดเห็น

ขอบคุณครับ

ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น

  • ที่อยู่เว็บและอีเมลจะเปลี่ยนเป็นลิงก์ให้อัตโนมัติ
  • แท็ก HTML ที่อนุญาตให้ใช้
  • ขึ้นบรรทัดและจัดย่อหน้าให้อัตโนมัติ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตัวเลือกการจัดรูปแบบ

By submitting this form, you accept the Mollom privacy policy.
Powered by Drupal, an open source content management system