เฉลยข้อสอบบาลีสนามหลวง ป.ย.2 ปี 2557-2

ประโยค 1-2
แปล มคธเป็นไทย
สอบครั้งที่ 2   วันที่ 24 เมษายน 2557

แปล โดยพยัญชนะ

๑. สตฺถา ตสฺสา (เทวิยา) อาคมนภาวํ ญตฺวา, ยถา อตฺตโน สนฺติเก นิสินฺนา ภิกฺขู น ปญฺญายนฺติ; เอวมกาสิ ฯ สาปิ คจฺฉนฺตี คจฺฉนฺตี สตฺถุ สรีรโต นิกฺขนฺตรสฺมิโย ทิสฺวา ตเถว จินฺเตตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ ฐิตา ปุจฺฉิ “ภนฺเต มหากปฺปิโน ตุมฺเห อุทฺทิสฺส นิกฺขนฺโต, อาคเตตฺถ มญฺเญ, กหํ โส, อมฺหากํปิ นํ ทสฺเสถาติ ฯ “นิสีทถ ตาว, อิเธว ตํ ปสฺสิสฺสถาติ ฯ ตา สพฺพาปิ (อิตฺถิโย) ตุฏฺฐจิตฺตา นิสีทึสุ ฯ สตฺถา อนุปุพฺพีกถํ กเถสิ ฯ อโนชา เทวี เทสนาวสาเน สปริวารา โสตาปตฺติผลํ ปาปุณิ ฯ มหากปฺปินตฺเถโร ตาสํ วฑฺฒิตํ ธมฺมเทสนํ สุณนฺโต สปริวาโร สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ ฯ ตสฺมึ ขเณ สตฺถา ตาสํ เต ภิกฺขู อรหตฺตํ ปตฺเต ทสฺเสสิ ฯ ตาสํ กิร จิตฺตํ เอกคฺคํ น ภเวยฺย, เตน มคฺคผลานิ ปตฺตุํ น สกฺกุเณยฺยุํ; ตสฺมา อจลสฺสทฺธาย ปติฏฺฐิตกาเล ตาสํ เต ภิกฺขู อรหตฺตํ ปตฺเต ทสฺเสสิ ฯ ตาปิ เต ทิสฺวา ปญฺจปฺปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา “ภนฺเต ตุมฺหากํ ตาว ปพฺพชิตกิจฺจํ มตฺถกํ ปตฺตนฺติ วตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ ฐิตา ปพฺพชฺชํ ยาจึสุ ฯ “เอวํ กิร วุตฺเต, สตฺถา อุปฺปลวณฺณาย อาคมนํ จินฺเตสีติ เอกจฺเจ วทนฺติ ฯ

แปล โดยอรรถ
๒. สตฺถา ปน ตา อุปาสิกาโย อาห “สาวตฺถึ คนฺตฺวา ภิกฺขุนูปสฺสเย ปพฺพชถาติ ฯ ตา อนุปุพฺเพน จาริกญฺจรมานา อนฺตรามคฺเค มหาชเนน อภิหฏสกฺการสมฺมานา ปทสาว วีสติโยชนสติกํ มคฺคํ คนฺตฺวา ภิกฺขุนูปสฺสเย ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ ฯ สตฺถาปิ ภิกฺขุสหสฺสํ อาทาย อากาเสเนว เชตวนํ อคมาสิ ฯ

ตตฺร สุทํ อายสฺมา มหากปฺปิโน รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานาทีสุ “อโห สุขํ, อโห สุขนฺติ อุทานํ อุทาเนนฺโต วิจรติ ฯ ภิกฺขู ภควโต อาโรเจสุํ “ภนฺเต มหากปฺปิโน `อโห สุขํ, อโห สุขนฺติ อุทานํ อุทาเนนฺโต วิจรติ, อตฺตโน รชฺชสุขํ อารพฺภ กเถติ มญฺเญติ ฯ สตฺถา ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา “สจฺจํ กิร ตฺวํ กปฺปิน กามสุขํ รชฺชสุขํ อารพฺภ อุทานํ อุทาเนสีติ ฯ “ภควา เม ภนฺเต ตํ อารพฺภ อุทานภาวํ วา อนุทานภาวํ วา ชานาตีติ ฯ สตฺถา “น ภิกฺขเว มม ปุตฺโต กามสุขํ รชฺชสุขํ อารพฺภ อุทานํ อุทาเนติ, ปุตฺตสฺส ปน เม ธมฺมปีติ อุปฺปชฺชติ, โส อมตมหานิพฺพานํ อารพฺภ เอวํ อุทานํ อุทาเนตีติ อาห ฯ

เฉลย ประโยค ๑-๒
แปล มคธเป็นไทย

แปล โดยพยัญชนะ

๑. อ. พระศาสดา ทรงทราบแล้วซึ่งความเป็นคืออันเสด็จมา แห่งพระเทวีนั้น ได้ทรงกระทำแล้ว โดย - อ. ภิกษุ ท. ผู้นั่งแล้ว ในสำนักของพระองค์ ย่อมไม่ปรากฏโดยประการใด - ประการนั้น ฯ อ. พระเทวีแม้นั้น เสด็จไปอยู่ เสด็จไปอยู่ ทรงเห็นแล้วซึ่งพระรัศมีอันซ่านออกแล้ว ท. จากพระสรีระของพระศาสดา ทรงคิดแล้วเหมือนอย่างนั้นนั่นเทียว เสด็จเข้าไปเฝ้าแล้ว ซึ่งพระศาสดา ถวายบังคมแล้ว ประทับยืนอยู่แล้ว ณ ที่สุดส่วนข้างหนึ่ง ทูลถามแล้วว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อ. พระราชาพระนามว่ามหากัปปินะ เสด็จออกแล้วเจาะจงซึ่งพระองค์ อ. พระราชาพระองค์นั้น เห็นจะเสด็จมาแล้ว ในที่นี้ อ. พระราชาพระองค์นั้น ย่อมประทับอยู่ ณ ที่ไหน อ. พระองค์ ขอจงแสดงซึ่งพระราชาพระองค์นั้น แม้แก่หม่อมฉัน ท. ดังนี้ ฯ อ. พระศาสดา ตรัสแล้วว่า อ. เธอ ท. จงนั่งก่อน อ.เธอ ท. จักเห็นซึ่งพระราชานั้น ในที่นี้นั่นเทียว ดังนี้ ฯ อ. หญิง ท. เหล่านั้น แม้ทั้งปวง เป็นผู้มีจิตยินดีแล้ว เป็น นั่งแล้ว ฯ อ. พระศาสดา ตรัสแล้วซึ่งอนุปุพพีกถา ฯ อ. พระเทวีพระนามว่า อโนชา ผู้เป็นไปกับด้วยบริวาร บรรลุแล้วซึ่งโสดาปัตติผล ในกาลเป็นที่สุดลงแห่งพระเทศนา ฯ อ. พระเถระชื่อว่ามหากัปปินะ ฟังอยู่ซึ่งพระธรรมเทศนา อันอันพระศาสดาทรงให้เจริญแล้วแก่หญิง ท. เหล่านั้น ผู้เป็นไปกับด้วยบริวาร บรรลุแล้วซึ่งพระอรหัตพร้อมกับปฏิสัมภิทา ท. ฯ ในขณะนั้น อ. พระศาสดา ทรงแสดงแล้วซึ่งภิกษุ ท. เหล่านั้นผู้บรรลุแล้วซึ่งพระอรหัต แก่หญิง ท. เหล่านั้น ฯ ได้ยินว่า อ. จิตของหญิง ท. เหล่านั้น เป็นธรรมชาติมีอารมณ์เดียว ไม่พึงเป็น เพราะเหตุนั้น อ. หญิง ท. เหล่านั้น ไม่พึงอาจเพื่ออันบรรลุซึ่งมรรคและผล ท. เพราะฉะนั้น อ. พระศาสดา ทรงแสดงแล้วซึ่งภิกษุ ท. เหล่านั้น ผู้บรรลุแล้วซึ่งพระอรหัต แก่หญิง ท. เหล่านั้น ในกาลแห่งหญิง ท. เหล่านั้น ตั้งอยู่เฉพาะแล้วในศรัทธาอันไม่หวั่นไหว ฯ อ. หญิง ท. แม้เหล่านั้น เห็นแล้ว ซึ่งภิกษุ ท. เหล่านั้น ไหว้แล้ว ด้วยการตั้งไว้เฉพาะซึ่งองค์ห้า กล่าวแล้วว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ อ. กิจแห่งบรรพชิตของท่าน ท. ถึงแล้วซึ่งที่สุด ก่อน ดังนี้ ถวายบังคมแล้วซึ่งพระศาสดา ยืนอยู่แล้ว ณ ที่สุดส่วนข้างหนึ่ง ทูลขอแล้ว ซึ่งการบรรพชา ฯ อ. อาจารย์ ท. บางพวกย่อมกล่าวว่า ได้ยินว่า ครั้นเมื่อคำอย่างนี้อันหญิง ท. เหล่านั้นกราบทูลแล้ว อ. พระศาสดาทรงดำริแล้วซึ่งการมา แห่งภิกษุณีชื่อว่าอุบลวรรณา ดังนี้ ฯ

แปล โดยอรรถ
๒. ก็พระบรมศาสดาตรัสกะอุบาสิกาเหล่านั้นว่า พวกเธอจงไปพระนครสาวัตถี บวชในสำนักภิกษุณี ฯ อุบาสิกาเหล่านั้น เที่ยวจาริกไปตามลำดับ ในระหว่างทางก็มีมหาชนนำสักการะและสัมมานะมาให้ เดินเท้าสิ้นระยะทางหนึ่งร้อยยี่สิบโยชน์ทีเดียว บวชในสำนักภิกษุณี บรรลุพระอรหัตแล้ว ฯ แม้พระบรมศาสดา ทรงพาภิกษุหนึ่งพันรูปไปสู่พระวิหารชื่อว่าเชตวันทางอากาศทีเดียว ฯ ได้ยินว่า บรรดาภิกษุเหล่านั้น ท่านพระมหากัปปินะเที่ยวเปล่งอุทานในที่พักกลางคืนและที่พักกลางวันเป็นต้นว่า สุขจริง สุขจริง ฯ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระมหากัปปินะเที่ยวเปล่งอุทานว่า สุขจริง สุขจริง ดังนี้ พระมหากัปปินะนั้นเห็นจะกล่าวปรารภความสุขในราชสมบัติของตน ฯ พระบรมศาสดา รับสั่งให้เรียกพระมหากัปปินะนั้นมา ตรัสถามว่า กัปปินะ ได้ยินว่า เธอเปล่งอุทานปรารภความสุขในกาม ความสุขในราชสมบัติจริงหรือ ฯ พระมหากัปปินะกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมทรงทราบความที่ข้าพระองค์เปล่งอุทานหรือไม่เปล่งอุทานปรารภความสุขในกาม ความสุขในราชสมบัตินั้น ฯ พระบรมศาสดาตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย บุตรของเราหาได้เปล่งอุทานปรารภความสุขในกาม ความสุขในราชสมบัติไม่ แต่ความอิ่มใจในธรรมเกิดแก่บุตรของเรา เธอจึงเปล่งอุทานอย่างนี้ ปรารภอมตมหานิพพาน ฯ

เฉลย ประโยค 1-2
ปัญหา บาลีไวยากรณ์

สอบครั้งที่ 2  วันที่ 25 เมษายน 2557

1. ในภาษาบาลีนั้น พยัญชนะวรรค มีเท่าไร ฯ อะไรบ้าง ฯ เพราะเหตุไรจึงเรียกชื่ออย่างนั้น ฯ

1. ในภาษาบาลีนั้นพยัญชนะวรรค มี 25 ตัวคือ ก ข ค ฆ ง จ ฉ ช ฌ ญ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ ต ถ ท ธ น ป ผ พ ภ ม ฯ
เพราะเป็นพวกเป็นหมู่กันตามฐานกรณ์ที่เกิด จึงเรียกชื่ออย่างนั้น ฯ

2. โลโป ในนิคคหิตสนธินั้น จะลบนิคคหิตได้ในที่เช่นไร ฯ จงยกอุทาหรณ์มาประกอบด้วย ฯ

2. โลโป ในนิคคหิตสนธินั้น จะลบนิคคหิตได้ในที่เช่นนี้ คือ เมื่อมีสระหรือพยัญชนะอยู่เบื้องหลัง ลบนิคคหิตซึ่งอยู่หน้าบ้าง ฯ
มีอุทาหรณ์ว่า ตาสํ-อหํ เป็น ตาสาหํ,  อริยสจฺจานํ-ทสฺสนํ เป็น อริยสจฺจานทสฺสนํ ฯ

3. กญฺญา (นางสาวน้อย) ซึ่งเป็น อา การันต์ในอิตถีลิงค์ มีวิธีแจกด้วยวิภัตติทั้ง 7 อย่างไรบ้าง ฯ

3. กญฺญา (นางสาวน้อย) ซึ่งเป็น อา การันต์ในอิตถีลิงค์มีวิธีแจกด้วยวิภัตติทั้ง 7 อย่างนี้ คือ

เอก                           พหุ
ป. กญฺญา                 กญฺญาโย กญฺญา
ทุ. กญฺญํ                   กญฺญาโย กญฺญา
ต. กญฺญาย                กญฺญาหิ กญฺญาภิ
จ. กญฺญาย                กญฺญานํ
ปญฺ. กญฺญาย             กญฺญาหิ กญฺญาภิ
ฉ. กญฺญาย                กญฺญานํ
ส. กญฺญาย กญฺญายํ    กญฺญาสุ
อา. กญฺเญ                  กญฺญาโย กญฺญา

4. วิภัตติในอาขยาตนั้น จัดบุรุษเป็นเท่าไร ฯ อะไรบ้าง ฯ จงเขียนวิภัตติหมวดกาลาติปัตติ เฉพาะฝ่ายปรัสสบทมาดู ฯ

4. วิภัตติในอาขยาตนั้น จัดบุรุษเป็น 3 คือ ประถมบุรุษ 1 มัธยมบุรุษ 1 อุตตมบุรุษ 1 ฯ

ได้เขียนวิภัตติหมวดกาลาติปตฺติ เฉพาะฝ่ายปรัสสบทมาดังนี้
ปรสฺสปทํ
    เอก    พหุ
ป. สฺสา   สฺสํสุ
ม. สฺเส    สฺสถ
อุ. สฺสํ     สฺสามฺหา

5. กิริยากิตก์ต่อไปนี้ คือ ภุตฺตวา, ปกฺกนฺโต, อารพฺภ แปลว่าอย่างไร ฯ สำเร็จรูปมาจากอะไร ฯ

5. กิริยากิตก์ต่อไปนี้คือ
ภุตฺตวา แปลว่า กินแล้ว สำเร็จรูปมาจาก ภุชฺ ธาตุ ในความกิน ตวนฺตุ ปัจจัย เอาที่สุดธาตุเป็น ต ฯ
ปกฺกนฺโต แปลว่า หลีกไปแล้ว สำเร็จรูปมาจาก ป บทหน้า กมฺ ธาตุ ในความก้าวไป ต ปัจจัย ธาตุมี มฺ เป็นที่สุดอยู่หน้าแปลง ต เป็น นฺต แล้วลบที่สุดธาตุ ฯ
อารพฺภ แปลว่า ปรารภแล้ว สำเร็จรูปมาจาก อา บทหน้า รภฺ ธาตุ ในความเริ่ม ตูนาทิปัจจัย อุปสัคอยู่หน้า แปลงปัจจัยทั้ง 3 คือ ตูน ตฺวา ตฺวาน เป็น ย ธาตุมี ภฺ เป็นที่สุดอยู่หน้า แปลง ย กับที่สุดธาตุเป็น พฺภ ฯ

6. จงบอกชื่อสมาสในรูปวิเคราะห์ต่อไปนี้
ก. ภตฺตสฺส ปจฺฉา = ปจฺฉาภตฺตํ ฯ
ข. จตสฺโส ทิสา = จตุทฺทิสํ ฯ
ค. พุทฺโธ เอว รตนํ = พุทฺธรตนํ ฯ
ฆ. นตฺถิ ตสฺส ปุตฺตาติ อปุตฺตโก ฯ
ง. วีโต ราโค ยสฺมา โส วีตราโค (ภิกฺขุ) ฯ

6. ได้บอกชื่อสมาสในรูปวิเคราะห์ต่อไปนี้
ก. ภตฺตสฺส ปจฺฉา = ปจฺฉาภตฺตํ ชื่อ นิปาตปุพพกะ อัพยยีภาวสมาส ฯ
ข. จตสฺโส ทิสา = จตุทฺทิสํ ชื่อ สมาหารทิคุสมาส ฯ
ค. พุทฺโธ เอว รตนํ = พุทฺธรตนํ ชื่อ อวธารณบุพพบทกัมมธารยสมาส ฯ
ฆ. นตฺถิ ตสฺส ปุตฺตาติ อปุตฺตโก ชื่อ น บุพพบท พหุพพิหิสมาส ฯ
ง. วีโต ราโค ยสฺมา โส วีตราโค (ภิกฺขุ) ชื่อ ปัญจมีพหุพพิหิสมาส ฯ

7. ในพหุลตัทธิต มีปัจจัยเท่าไร ฯ อะไรบ้าง ฯ ปูชนีโย, จกฺขุมา, โกสลฺลํ ลงปัจจัยอะไร ฯ ในตัทธิตไหน ฯ

7. ในพหุลตัทธิตมีปัจจัย 1 ตัว คือ อาลุ ฯ
ปูชนีโย ลง อีย ปัจจัย ในฐานตัทธิต
จกฺขุมา ลง มนฺตุ ปัจจัย ในตทัสสัตถิตัทธิต
โกสลฺลํ ลง ณฺย ปัจจัย ในภาวตัทธิต ฯ

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

  • ที่อยู่เว็บและอีเมลจะเปลี่ยนเป็นลิงก์ให้อัตโนมัติ
  • แท็ก HTML ที่อนุญาตให้ใช้
  • ขึ้นบรรทัดและจัดย่อหน้าให้อัตโนมัติ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตัวเลือกการจัดรูปแบบ

By submitting this form, you accept the Mollom privacy policy.
Powered by Drupal, an open source content management system