คำว่า ยสฺมา ตสฺมา ทำไมอ่านว่า ยัด สะ หมา , ตัด สะ หมา ล่ะครับ
หรือจะเป็น ทิสฺวา ทำไมออกเสียงเป็น ทิด สะ หวา
ไม่อ่านว่า ยัด สะ มา , ตัด สะ มา , ทิด สะ วา
อีกอย่างครับ เช่นคำว่า อมฺเห ตุมฺเห ปฏิคฺคณฺหาตุ (อำ เห , ตุม เห , ปะ ติก คัน หา ตุ )
ในความคิดของผมรุ้สึกทะแม่ง ๆ ไม่รู้จะอ่านยังไงให้ตรงตามหลัก
จะอ่านว่า อำ มะ เห,ตุม มะ เห, ปะ ติก คัน นะ หา ตุ หรือ อำ เหม,ตุม เหม,ปะ ติก คัน หนา ตุ
ตามในบาลีไวยากรณ์ว่า
"พยัญชนะ ๔ ตัว คือ ย ร ล ว ถ้าอยู่หลังพยัญชนะตัวอื่น ออกเสียงผสมกับพยัญชนะตัวหน้า,
ตัว ส มีสำเนียงเป็นอุสุมะ ไม่มีคำเทียบในภาษาของเรา มีแต่ภาษาอังกฤษ เหมือนคำว่า AS เป็นต้น แม้ถึงเป็นตัวสะกดของสระตัวหน้าแล้ว
ก็คงมีเสียงปรากฏหน่อยหนึ่ง ประมาณกึ่งมาตราของสระสั้น พอให้รู้ได้ว่าตัว ส สะกด ไม่ออกเสียงเต็มที่ เหมือนอาศัยสระ,
ตัว ห นั้น ถ้าอยู่หน้าพยัญชนะอื่น ก็ทำให้สระที่อยู่ข้างหน้าตน ออกเสียงมีลมมากขึ้นเหมือนคำว่า พฺรหฺม
ถ้าพยัญชนะ ๘ ตัว ญ ณ น ม, ย ล ว ฬ, นำหน้ามีสำเนียงเข้าผสมพยัญชนะนั้น."
ตามอธิบายบาลีไวยากรณ์ว่า
"(ก) ย ล ส ๓ ตัวนี้ ซ้อนหน้าตัวเองได้ เช่น เสยฺโย, สลฺลํ,อสฺโส.
(ข) ย ร ล ว ๔ ตัวนี้ ถ้าอยู่หลังพยัญชนะตัวอื่น ออกเสียง
ผสมกับพยัญชนะตัวหน้า เช่น วากฺยํ ภทฺโร, เกฺลโส, อนฺเวติ.
(ค) ส เมื่อใช้เป็นตัวสะกด มีสำเนียงเป็นอุสุมะ คือ มีลมออก
จากไรฟันหน่อยหนึ่ง คล้าย S ในภาษาอังกฤษ เช่น ปุริสสฺมา,
เสฺนโห.
(ง) ห ถ้าอยู่หน้าพยัญชนะอื่น ก็ทำให้สระที่อยู่ข้างหน้าตน
ออกเสียงมีลมมากขึ้น เช่น พฺรหม, ถ้าอยู่หลังพยัญชนะ ๘ ตัว คือ
ญ ณ น ม, ย ล ว ฬ ก็มีเสียงเข้าผสมกับพยัญชนะนั้น เช่น ปญฺโห,
อุณฺโห, นฺหานํ, อมฺหํ, คารยฺหา, วุลฺหเต, อวฺหานํ, มุฬฺโห."
ช่วยแนะนำการอ่านหน่อยครับ
อมฺเห อ่านอย่างไร
อีกคำถามหนึ่ง
เป็นเรื่องมาตรา ความยาวในการออกเสียงของพยางค์
(ง) ห ถ้าอยู่หลังพยัญชนะ ๘ ตัว คือ ญ ณ น ม, ย ล ว ฬ ก็มีเสียงเข้าผสมกับพยัญชนะนั้น เช่น ปญฺโห, อุณฺโห, นฺหานํ, อมฺหํ, คารยฺหา, วุลฺหเต, อวฺหานํ, มุฬฺโห."
ดังนั้น
อมฺเห เขียนเป็นเสียงอ่านว่า อัม-มฺ-เห* มฺ ออกเสียงสั้นเป็นครึ่งหนึ่งของเสียง มะ (จึงไม่เขียนว่า อัม-มะ-เห) มฺ ไม่ได้ออกเต็มเสียง
และไม่ได้ออกเสียงว่า อัม-เม๋ เหมือนอักษรกล้ำ** ในภาษาไทย (เพราะถ้าออกเสียงว่า เม๋ จะกลายเป็นว่า เสียงของอักษร ห จะหายไป)
คำว่า อมฺเห ถึงแม้เวลาพูด อาจจะฟังคล้ายๆ อัม-เม๋ ก็ตาม แต่ที่ต่างกันคือ อัม-เม๋ เม๋ ออกเต็มเสียง ส่วน อัม-มฺ-เห เห ออกเต็มเสียง มฺ จะเสียงเบากว่า เห
*อัม-มฺ-เห, อัม-มฺ-เฮ, อัม-มฺ-เฮ่ ก็ได้ ดูคำตอบข้อแรก
**เช่นคำว่า แหม! สวยจัง แหม => แม๋
ทำนองเดียวกัน
ปฏิคฺคณฺหาตุ เขียนเป็นเสียงอ่านว่า ปะ-ติก-คัน-ณฺ-หา-ตุ ณฺ ออกเสียงสั้นเป็นครึ่งหนึ่งของเสียง ณะ
มุฬฺโห เขียนเป็นเสียงอ่านว่า มุน-ฬฺ-โห ฬฺ ออกเสียงสั้นเป็นครึ่งหนึ่งของเสียง ฬะ
สงสัยอะไรก็นิมนต์/เชิญ ถามได้อีกครับ
ยสฺมา ทำไมอ่านว่า ยัด สะ หมา
ตอบคำถามแรกก่อน ไว้มีเวลาค่อยมาตอบต่อ
ยสฺมา ทำไมอ่านว่า ยัด สะ หมา ฯลฯ ไม่อ่านว่า ยัด สะ มา
ในภาษาไทย ภาษาจีน เวียดนาม มีระบบวรรณยุกต์ คือ ระดับเสียง (pitch) ตายตัวของแต่ละคำ/พยางค์
ถ้าระดับเสียงเปลี่ยน ความหมายก็เปลี่ยนทันที
ส่วนภาษาบาลี ภาษาอังกฤษ ไม่มีวรรณยุกต์ ระดับเสียงของแต่ละคำ/พยางค์
จะออกเสียงสูง กลาง ต่ำ ความหมายก็ไม่เปลี่ยน
แต่ถึงแม้จะไม่มีระดับเสียง (pitch) ของคำ/พยางค์ อย่างที่ว่า แต่ในการพูดเป็นกลุ่มคำ ประโยค
ก็มีรูปแบบโทนเสียง (intonation) สูงต่ำ การเน้นคำ (stress)
ซึ่งใช้ช่วยสื่อความหมายของผู้พูด นอกจากตัวอักษรอย่างเดียว
มิฉะนั้น ก็จะพูดเสียงโทนเดียวเป็นหุ่นยนต์ไป :)
เช่น ในภาษาอังกฤษ ประโยคคำถาม (หรือแม้ประโยคบอกเล่า)
ซึ่งต้องการถามให้ตอบว่า ใช่หรือไม่ใช่ yes/no มักพูดให้ระดับเสียงท้ายประโยคสูงขึ้น เป็นต้น
ทางภาษาของอินเดีย ก็มีเหมือนกัน ลองฟังคนอินเดียพูดดูก็แล้วกัน หาฟังในเน็ตก็น่าจะมี
Life of Buddha [Hindi] Part 1
เพราะฉะนั้น ยสฺมา จะออกเสียงว่า ยัด-สฺ-ม๋า, ยัด-สฺ-มา, ยัด-สฺ-หม่า ก็ถูกทั้งนั้น
ขึ้นอยู่กับว่า เนื้อหาและอารมณ์ในตอนพูดนั้นมากกว่า (ไม่ตายตัว) ด้วยประการฉะนี้
นี่เรื่องระดับเสียง
- ขอบคุณมากครับ -
- ขอบคุณมากครับ
- ตอบได้ชัดเจนมากครับ
- เดี๋ยวแวะมารบกวนใหม่
- ขอให้เว็บนี้อยู่ต่อไปนาน ๆ นะครับ เห็นเว็บที่ทำเกี่ยวกับบาลีหลายเว็บได้ยุบไปแล้ว