บทสวด กับ เสียงสวด ไม่ตรงกัน

บทสวด - เสียงสวด

มุขะวัณโณ วิปะสี ทะติ - โมขะวัณโณ วิปะสี ทะติ
ภะวะโต - ภะคะวะโต ( ความเห็น อาจจะออกเสียงตก ตัว คะ ก๊เป๊นได้เดาเอา)
ปิโย โหติ - ปิโย โหตุ
ตุวะฏัง จิตตัง - ตุวะฏัง เจตตัง
ภิกขะเว - ภิกขะโว
ปะริหะรันตูติ- ปะริหะรันตู
สัพพา - สัพเพ
สัตตา - สัตเต

ทั้งบทสวดทั้งเสียงสวดออกเสียงต่างกัน ความหมายต่างกันเปล่าครับ
ควรยึดอันไหนเป็นหลักครับ สับสนมากพบต่างกันหลายบทสวดตรับ
นี้แค่ บทเมตตาใหญ่ บทเีดียวยังตรวจไม่ครบบทนะครับ

อานิสงส์เมตตา 11 ประการ

อานิสงส์เมตตา 11 ประการ ข้างล่างนี้จากพระไตรปิฎกครับ

เมตตานิสังสสุตตปาฐะ

เอวัมเม สุตัง.  เอกัง สะมะยัง  ภะคะวา สาวัตถิยัง วิหะระติ  เชตะวะเน อะนาถะปิณฑิกัสสะ อาราเม.   ตัต๎ระ โข ภะคะวา ภิกขู อามันเตสิ ‘ภิกขะโวติ.  ‘ภะทันเตติ ภิกขู ภะคะวะโต ปัจจัสโสสุง.   ภะคะวา เอตะทะโวจะ ‘เมตตายะ ภิกขะเว เจโตวิมุตติยา อาเสวิตายะ ภาวิตายะ พะหุลีกะตายะ  ยานีกะตายะ วัตถุกะตายะ อะนุฏฐิตายะ ปะริจิตายะ สุสะมารัทธายะ เอกาทะสานิสังสา ปาฏิกังขา.  กะตะเม เอกาทะสะ

1) สุขัง  สุปะติ.
2) สุขัง  ปะฏิพุชฌะติ.
3) นะ ปาปะกัง  สุปินัง  ปัสสะติ.
4) มะนุสสานัง  ปิโย  โหติ.
5) อะมะนุสสานัง  ปิโย  โหติ.
6) เทวะตา  รักขันติ.
7) นาสสะ  อัคคิ วา  วิสัง วา  สัตถัง วา  กะมะติ.
8) ตุวะฏัง  จิตตัง  สะมาธิยะติ.
9) มุขะวัณโณ  วิปปะสีทะติ.
10) อะสัมมุฬ๎โห  กาลัง  กะโรติ.
11) อุตตะริง  อัปปะฏิวิชฌันโต พ๎รัห๎มะโลกูปะโค  โหติ.

เมตตายะ ภิกขะเว เจโตวิมุตติยา อาเสวิตายะ ภาวิตายะ พะหุลีกะตายะ ยานีกะตายะ วัตถุกะตายะ อะนุฏฐิตายะ ปะริจิตายะ สุสะมารัทธายะ  อิเม เอกาทะสานิสังสา ปาฏิกังขาติ. * อิทะมะโวจะ ภะคะวา.  อัตตะมะนา เต ภิกขู ภะคะวะโต ภาสิตัง อะภินันทุนติ.

* จนถึงตรงนี้ อยู่ในพระสูตร องฺ. อฏฺฐก. 23/91/151/7

 

แบบมีคำแปล

เอวัมเม สุตัง.
ข้าพเจ้า [คือพระอานนท์] ได้สดับมาแล้วอย่างนี้.

เอกัง สะมะยัง  ภะคะวา สาวัตถิยัง วิหะระติ  เชตะวะเน อะนาถะปิณฑิกัสสะ อาราเม.  
สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จประทับอยู่ที่เชตวันมหาวิหาร ซึ่งเป็นอารามของอนาถปิณฑิกคฤหัสบดี ใกล้เมืองสาวัตถี.  

ตัต๎ระ โข ภะคะวา ภิกขู อามันเตสิ ‘ภิกขะโวติ.
ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ‘ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย.’

‘ภะทันเตติ ภิกขู ภะคะวะโต ปัจจัสโสสุง.  
ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว.

ภะคะวา เอตะทะโวจะ ‘เมตตายะ ภิกขะเว เจโตวิมุตติยา อาเสวิตายะ ภาวิตายะ พะหุลีกะตายะ  ยานีกะตายะ วัตถุกะตายะ อะนุฏฐิตายะ ปะริจิตายะ สุสะมารัทธายะ เอกาทะสานิสังสา ปาฏิกังขา.  กะตะเม เอกาทะสะ
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า ‘ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมตตาอันเป็นไปเพื่อความหลุดพ้นแห่งจิตนี้  อันบุคคลบำเพ็ญจนคุ้นแล้ว  อบรมแล้ว ทำให้มาก ทำให้เป็นยวดยานของใจ ทำให้เป็นที่อยู่ของใจ ตั้งไว้เป็นนิตย์ อันบุคคลสั่งสม พากเพียรดีแล้ว ย่อมมีอานิสงส์ 11 ประการ.  อานิสงส์ 11 ประการอะไรบ้าง.  คือ

1)    สุขัง  สุปะติ.    หลับอยู่ก็เป็นสุข.
2)    สุขัง  ปะฏิพุชฌะติ.    ตื่นก็เป็นสุข.
3)    นะ ปาปะกัง  สุปินัง  ปัสสะติ.    ไม่ฝันร้าย.
4)    มะนุสสานัง  ปิโย  โหติ.    เป็นที่รักของเหล่ามนุษย์ทั้งหลาย.
5)    อะมะนุสสานัง  ปิโย  โหติ.    เป็นที่รักของเหล่าอมนุษย์ทั้งหลาย.
6)    เทวะตา  รักขันติ.    เทวดาย่อมคุ้มครองรักษา.
7)    นาสสะ  อัคคิ วา  วิสัง วา  สัตถัง วา  กะมะติ.    ไฟก็ดี ยาพิษก็ดี ศาสตราก็ดี ย่อมทำอันตรายไม่ได้.
8)    ตุวะฏัง  จิตตัง  สะมาธิยะติ.    จิตย่อมเป็นสมาธิได้เร็ว.
9)    มุขะวัณโณ  วิปปะสีทะติ.     สีหน้าย่อมผ่องใส.
10)    อะสัมมุฬ๎โห  กาลัง  กะโรติ.    เป็นผู้ไม่ลุ่มหลงทำกาละ [ตายอย่างมีสติ].
11)    อุตตะริง  อัปปะฏิวิชฌันโต พ๎รัห๎มะโลกูปะโค  โหติ.    เมื่อยังไม่บรรลุคุณวิเศษอันยิ่งๆ ขึ้นไป ย่อมเป็นผู้เข้าถึงพรหมโลก.

เมตตายะ ภิกขะเว เจโตวิมุตติยา อาเสวิตายะ ภาวิตายะ พะหุลีกะตายะ ยานีกะตายะ วัตถุกะตายะ อะนุฏฐิตายะ ปะริจิตายะ สุสะมารัทธายะ  อิเม เอกาทะสานิสังสา ปาฏิกังขาติ.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  เมตตาอันเป็นไปเพื่อความหลุดพ้นแห่งจิตนี้ อันบุคคลบำเพ็ญ จนคุ้นแล้ว  อบรมแล้ว ทำให้มาก ทำให้เป็นยวดยานของใจ ทำให้เป็นที่อยู่ของใจ ตั้งไว้เป็นนิตย์ อันบุคคลสั่งสม พากเพียรดีแล้ว  ย่อมมีอานิสงส์ 11 ประการเหล่านี้.*

อิทะมะโวจะ ภะคะวา.  อัตตะมะนา เต ภิกขู ภะคะวะโต ภาสิตัง อะภินันทุนติ.
พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสธรรมปริยายอันนี้แล้ว.  ภิกษุทั้งหลายเหล่านี้ ก็มีใจยินดี  พอใจในภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ด้วยประการฉะนี้แล.

* จนถึงตรงนี้ อยู่ในพระสูตร องฺ. อฏฺฐก. 23/91/151/7

ที่เหลือ อีกสูตรหนึ่งที่เขาเอามาสวดต่อกันคือ เมตตากถา ในพระไตรปิฎก ที่ ขุ. ปฏิ. 31/574/482/10

บทสวดมหาเมตตาใหญ่
บล็อก "บ้านพี่พลอย" http://bannpeeploy.exteen.com/20080319/entry

เมตตากถา

ผมคัดลอกมาตั้งหลายเวป ทั้งบทสวดและเสียงสวด แล้วมาเทียบเคียงกันไม่ค่อยตรงกัน
ถ้าผมจะย่อ เมตตากถา สั้นที่สุดดังบทด้านล่าง คิดว่าได้เปล่าครับ
บทแรกพอทำเนาบทที่สองรู้สึกขัดๆหรือต้องแก้ไขอย่างไร ผมลอกมาจาก พระไตรปิฏก
ทำตามความคิดตัวเองไม่ได้อาศัยหลักวิชาการใดๆ เพราะไม่มีความรู้

สัพเพ สัตตา สัพเพ ปาณา สัพเพ ภูตา สัพเพ ปุคคะลา สัพเพ อัตตะภาวะปะริยาปันนา สัพพา อิตถิโย สัพเพ ปุริสา สัพเพ อะริยา สัพเพ อะนะริยา สัพเพ เทวา สัพเพ มนุสสา สัพเพ วินิปาติกา
อะเวรา อัพพะยาปัชณา อะนีฆา สุขี อัตตานังปะริหะรันตุ ฯ

สัพเพ ปุรัตถิมายะ ทิสายะ สัพเพ ปัจฉิมายะ ทิสายะ สัพเพ อุตตะรายะ ทิสายะ สัพเพ ทักขิณายะ ทิสายะ สัพเพ ปุรัตถิมายะ อะนุทิสายะ สัพเพ ปัจฉิมายะ อะนุทิสายะ สัพเพ อุตตะรายะ อะนุทิสายะ สัพเพ ทักขะณายะ อะนุทิสายะ สัพเพ เหฏฐิมายะ ทิสายะ สัพเพ อุปะริมายะ ทิสายะ
สัตตา ปาณา ภูตา ปุคคะลา อัตตะภาวะปะริยาปันนา อิตถิโย ปุริสา อะริยา อะนะริยา เทวา มนุสสา วินิปาติกา
อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ

จุดประสงค์

การย่อ จุดประสงค์ เพื่อให้เอาไปขยายเองได้ง่ายขึ้น ดังนั้นย่อยังไงก็ได้ ให้ขยายได้ 528 หรือ เกินกว่านั้น ครับ.

การที่ท่านขยายไว้มาก ก็เพื่อเป็นอารมณ์ให้คิดบริกรรม เวลาเจิญเมตตา ครับ.