พศ.ห่วงคุณภาพ ร.ร.ปริยัติธรรม - แยกของบฯ อุปกรณ์การเรียนการสอนแยกออกจากงบรายหัว

นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ รองผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการยกระดับสถานภาพครูโรงเรียนพระปริยัติธรรมว่า ขณะนี้การยกระดับสถานภาพครูอยู่ระหว่างการปรับแก้ประกาศมหาเถรสมาคม (มส.) เนื่องจากการยกระดับสถานภาพครูจะต้องประเมินคุณภาพครู เพราะที่ผ่านมาไม่ได้มีการประเมินคุณภาพตัวผู้สอนเลย ขณะเดียวกัน โรงเรียนพระปริยัติธรรมกว่า 400 แห่ง ก็ไม่ผ่านการประเมินจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) มากกว่าครึ่ง

ดังนั้น สำนักพุทธฯ จะต้องวางยุทธศาสตร์ในการยกระดับสถานภาพครูและพัฒนาคุณภาพการสอนโรงเรียนพระ ปริยัติธรรมเสียใหม่ ที่ผ่านมา สำนักพุทธฯ ไม่ได้บริหารโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม-บาลีแบบเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้การบริหารงานต่างคนต่างทำไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน หากประกาศมหาเถรฯ ในการยกระดับสถานภาพครู จัดทำสำเร็จและมีผลประกาศใช้ จะทำให้โรงเรียนพระปริยัติธรรมอยู่ในการดูแลของพศ. ดังนั้น จะทำให้พศ.ร่วมหารือกับโรงเรียนพระปริยัติธรรมในการวางยุทธศาสตร์ให้การ ศึกษาสงฆ์เกิดคุณภาพมากขึ้นได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ตนคาดว่า ประกาศ มส.คาดว่าจะดำเนินการเสร็จในเดือนมีนาคมนี้

"ปัญหาอีกสิ่งหนึ่งที่ โรงเรียนพระปริยัติธรรมกำลังประสบปัญหา คือ เรื่องของงบประมาณที่รัฐบาลจ่ายเป็นรายหัวมาให้ ซึ่งเงินรายหัวของโรงเรียนดังกล่าวต่างจากโรงเรียนทั่วไป ตรงที่เงินรายหัวจะรวมเป็นเงินค่าอุปกรณ์การเรียนการสอนไปด้วย ส่งผลให้งบฯ ไม่เพียงพอต่อการบริหารโรงเรียนพระปริยัติธรรม ดังนั้น ในการตั้งงบประมาณประจำปี 2554 สำนักพุทธฯ จะปรับงบฯ ใหม่โดยจะเสนอของบฯ อุปกรณ์การเรียนการสอนแยกออกจากงบรายหัว เพื่อให้การบริหารงานโรงเรียนพระปริยัติธรรมมีคุณภาพมากขึ้น" นายนพรัตน์ระบุ

ที่มา: ข่าวสด

ความคิดเห็น

ความคิด

การจะยกสฐานะสภาพครูโรงเรียนพระปริยัตินั้นผมก็เห็นด้วยแต่จะให้ดีจะต้องมีการประเมิณคุณภาพครูที่จะได้รับการพิจารณาด้วย อาจเป็นในรูปแบบการสอบเข้าทำงานในสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแล้วส่งไปสอนในโรงเรียนพระปริยัติ เหมือนการสอบเป็นข้าราชการของ กพ.แบบนั้นน่าจะดี (ที่มีเพื่อนครูเรียกร้องการเป็นพนักงานศาสนการนั้นผมเห็นด้วยแต่จะต้องสอบในระบบของ กพ.เปิดสอบแล้วลงทำงานในโรงเรียนพระปริยัติธรรมทั่วประเทศ ไม่ใช้ว่าจะบรรจุคนที่ทำงานในโรงเรียนนั้นแล้วให้เป็นเลยแบบนี้ไม่ควรทำเพราะไม่ได้มาจากการสอบของระบบ ของการเป็นข้าราชการพลเรือน ถ้าจะบรรจุให้ ควรมีการสอบเป็นข้าราชการสังกัดในสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแล้วทำงานด้านการศึกษาในโรงเรียนพระปริยัติจึงจะควร เพราะครูปริยัติส่วนมากมาจากการเป็นเด็กเส้นเด็กฝากที่ไม่มีภูมิความรู้ความสามารถอีกทั้งไม่มีความเคารพในพระภิกษุสงฆ์เท่าที่ควร ถ้าในคนแบบนี้เป็นพนักงานศาสนาการจะไม่เป็นผลดีต่อภาพรวม และถ้าจะให้เป็นที่ยอมรับจะต้องมีความรู้ความสามารถที่ตรงสายด้วย

ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

เงินงบประมาณชื้ออุปกรณ์การเรียนของสามเณรมีไหมครับปีนี้ไมไม่เห็นเลยรร.ของผมสงสารเณรน้อย

ร่วมด้วยช่วยกัน

น่าเห็นใจครูพระปริยัติธรรม ที่ต้องรับภาระเหมือนกับครูภายนอก แต่ค่าเงินเดือนและค่าช่วยเหลือสนับสนุนอื่นๆน้อยมาก ปริญญาก็เหมือนกัน ความรู้ความสามารถก็ไม่ต่างกัน น่าเห็นอกเห็นใจเป็นอย่างมาก เราควรที่จะช่วยกันนะ ทุกวันนี้ถ้าหากไม่มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม ก็ไม่รู้ว่าจะมีพระภิกษุสามเณรในเมืองไทยสักกี่รูป ทุกวันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงและวิตกอย่างยิ่งว่า จะเหลืออีกกี่ปีที่เราจะมีสามเณรอยู่ตามวัดต่างๆ สิ่งเหล่านี้เราย่อมรู้อยู่แก่ใจ เราลองสังเกตุดูว่า หลายๆวัดไม่มีสามเณรเลย และปัญหานี้ก็นับวันจะเพิ่มขึ้น หากว่าผู้ที่มีอำนาจไม่รีบวางแผนงานแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพโดยด่วน เห็นทีว่าสามเณรอันเป็นเหล่ากอของสมณะจะต้องเลือนหายไปหรือเหลือน้อยเต็มทีอย่างแน่นอน

ทำจริงๆเถอะครับอย่าดีแต่พูด

ทำจริง ๆ เถอะครับอย่าดีแต่พูด คนไทยเยี่ยงกันแต่ได้รับการอุดหนุนการจัดการศึกษาไม่เหมือนกัน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่าเช้าชามเย็นชาม ทราบข่าวว่าติดขัดที่มหาเถระ ผมว่าไม่น่าใช่นะเพราะพระคุณท่านทั้งหลายคือผู้ทรงศิล ทรงเมตตา หาได้หวงอำนาจบารมีไม่ ผอ.สำนักงานพุทธฯ ติดตามหน่อยอย่าดีแต่แก้ข่าวถ้าไม่คืบหน้าก้อย่าเป็น กระดาษลาออกแผ่นเดียวคงพิมไม่ยากเลย ใช่ไหม?

แสดงความคิดเห็น

  • ที่อยู่เว็บและอีเมลจะเปลี่ยนเป็นลิงก์ให้อัตโนมัติ
  • แท็ก HTML ที่อนุญาตให้ใช้
  • ขึ้นบรรทัดและจัดย่อหน้าให้อัตโนมัติ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตัวเลือกการจัดรูปแบบ

By submitting this form, you accept the Mollom privacy policy.