ถามคำแปลอุปปาตะสันติ

รบกวนสอบถามพระคาถาอุปปาตะสันติว่า คำบาลีควรเป็นอย่างไรครับ
๑๒๙.    พุทเธ  ปะสันนะมานะโส    สุพาหุ  อัญชะลีกะโต
        ขีณาสะโว  วะสีภูโต    มะหาสันติง  กะโรตุ  โน.

พระสุพาหุ ผู้มีใจเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า  เคยกระทำอัญชลีมาแล้ว ๙๔ กัป  เป็นพระอรหันต์ผู้มีความชำนาญในฌานสมาบัติ  ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด
 
คำว่า "อัญชลีกะโต" บางแห่งว่า "ปัญชะลีกะโต"
รบกวนถามว่า ควรเป็นคำไหนครับ

กราบเรียนถามข้อสงสัยเพิ่มเติม

กราบเรียนถามข้อสงสัยเพิ่มเติมครับ
๑๕. อะสีติระตะนุพเพโธ สัฏฐีสะหัสสะอายุโก
เรวะโต นามะ สัมพุทโธ สัพพะโลกุตตะโร มุนิ.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า เรวตะ ทรงมีพระวรกายสูงแปดสิบศอก ทรงมีพระชนมายุหกหมื่นปี ทรงประเสริฐกว่าสัตว์โลกทั้งปวง ทรงรู้แจ้งโลกทั้งปวง
ควรเป็น "สัฏฐีสะหัสสะอายุโก" หรือ "สัฏฐีสะหัสสะ อายุโก" หรือ "สัฏฐีสะหัสสายุโก"
(กราบเรียนถามนอกหัวข้อว่า ต้องการบริจาคบำรุงเว็บ มีบัญชีสำหรับการนี้หรือไม่ครับ และหากไม่เป็นสาธารณะ กราบรบกวนส่งอีเมลแจ้งด้วยครับ)

สัฏฐีสะหัสสะอายุโกขออนุโมทนา

สัฏฐีสะหัสสะอายุโก ไม่เป็น -สหสฺสา- เพราะต้องการให้ลง 8 พยางค์

ขออนุโมทนา แต่เว็บมีค่าใช้จ่ายไม่มาก
(มีเพียงค่า domain 500 บาท/ปี
ส่วนค่าโฮสต์ siamhost.net ใจดีให้การสนับสนุน 2,000 บาท/ปี)
ไม่รวมค่าแรง ค่าไฟ :)

และะคนเข้าเว็บแบบนี้ก็ไม่มากนัก
ยังไม่มีปัญหาเรื่องจำนวน data transfer
ตอนนี้พอเป็นไปได้อยู่

กราบอนุโมทนากับทุกท่านที่มีส่

กราบอนุโมทนากับทุกท่านที่มีส่วนกับเว็บนี้ทุกประการครับ โดยเฉพาะท่าน admin

อันนี้กราบเรียนถามความเห็นครั

อันนี้กราบเรียนถามความเห็นครับ ถ้าเห็นว่าไม่สมควรไม่ต้องตอบก็ได้ครับ
๕๖. สัมพุทโธ สัพพะธัมมานัง ภะเคหิ ภาคฺยะวา ยุโต
วิชชาจะระณะสัมปันโน โสตถฺยาโรคฺยัง ทะทาตุ โน.

ขอพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า โคตมะ ผู้ตรัสรู้ธรรมทั้งปวง ทรงประกอบด้วยบุญ ทรงมีพระบารมีอันสูงสุด ทรงเพียบพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ โปรดประทานความสวัสดี และความไม่มีโรค แก่พวกข้าพระองค์เถิด
ควรเป็น "ภะเคหิ ภาคฺยะวา ยุโต" หรือ "ภะเคหิ ภาคฺยะวายุโต" หรือ "ภะเคหิ ภาคฺยะวา ยุตโต"

๑๔๘. ปุพเพ ราคัง วิจาเรนโต ชินะภัตติปะรายะโน
เพลัฏฐะสีโส วังสะธะโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระเพลัฏฐสีสะเถระ ผู้เคยจัดแจงการบูชายัญในกาลที่ตนเป็นฤษี ผู้ถวายความภักดีต่อพระพุทธเจ้า ผู้ทรงไว้ซึ่งวงศ์แห่งอริยะ (วงศ์แห่งอริยะคือสันโดษในจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และยินดีในการภาวนา) ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด
"ปุพเพ ราคัง" หรือ "ปุพพะโยคัง"
***ต้นฉบับพม่ามีข้อความในบาทแรกว่า ปุพฺเพ ราคํ วิจาเรนฺโต (ผู้พิจารณาความกําหนัดยินดีในชาติก่อน) แต่ข้อความนี้ไม่ปรากฏในคัมภีร์อรรถกถาของอปทาน (เล่ม ๑ หน้า ๑๐๑) แต่พบข้อความว่า ปุพฺพโยคํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา (พิจารณาความขวนขวายในชาติก่อนแล้ว) ในที่นี้จึงเปลี่ยนจาก ปุพฺเพ ราคํ วิจาเรนฺโต เป็น ปุพฺพโยคํ วิจาเรนฺโต (ผู้พิจารณาความขวนขวายในชาติก่อน) ขอฝากให้ผู้รู้พิจารณา

๑๔๙. ปัญจุปปันนานิ อะภะโย นิกันติ นัตถิ ชีวิเต
อะชิโต โส มะหาเถโร มะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระมหาเถระนามว่า อชิตะ ผู้ไม่มีความกลัวภัย ๕ อย่าง (ราชภัย โจรภัย อัคคีภัย อุทกภัย วาตภัย) ที่กำลังเกิดขึ้น ผู้ไม่มีความเยื่อใยในชีวิต ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด
"ปัญจุปปันนานิ" หรือ "ปัญจุปปันเนหิ"
***ต้นฉบับพม่ามีรูปว่า ปญฺจุปฺปนฺนานิ อภโย แต่ในที่นี้เปลี่ยนเป็นรูปว่า ปญฺจุปฺปนฺเนหิ อภโย เพราะ ภี ธาตุใน ภย ศัพท์เป็นธาตุที่มองหาอปาทานแน่นอน ดังคําว่า โจรา ภยํ ชายติ (ความกลัวแต่โจรยอมเกิดขึ้น), ตณฺหาย ชายติ ภยํ (ความกลัวแต่ตัณหายอมเกิดขึ้น), ปาปโต อุตฺตสติ (ย่อมสะดุงกลัวบาป) อีกทั้งในอรรถกถาของคัมภีร์อปทาน (เล่ม ๑ หน้า ๑๑) ก็พบข้อความว่า สา นตฺถิ ชีวิเต สุปริมทฺทิตสงฺขารตาย

๒๑๔. เอเต จัญเญ จะ ราชาโน คันธัพพา จะ มะหัพพะลา
โมทะมานา สะทา โสตถิง โน กะโรนตุ อะนามะยัง.

ขอพระราชาทั้งหลาย เทพคนธรรพ์เหล่านี้ และเทพเหล่าอื่น ผู้มีกองกำลังมหาศาล บันเทิงอยู่ จงประทานความสวัสดีและความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด
"โน กะโรนตุ" หรือ "กะโรนตุ โน"
***ต้นฉบับพม่ามีรูปว่า โน กโรนฺตุ อนามยํ แต่ศัพท์ว่า เต, เม, โว และ โน ตามหลักภาษาเรียกว่า ปทโตปร คือ ศัพท์ที่อยู่ท้ายบท จึงวางไว้หน้าประโยคหรือหน้าบาทคาถาไม่ได้ ในที่นี้จึงแก้ไขเป็นรูปว่า กโรนฺตุ โน อนามยํ

๒๖๘. ยัตฺระ เทเส วะโกวะกา พาฬฺหะกา รักขะสาทะโย
อุปปาตะสันติโฆเสนะ สัพเพ ตัตถะ สะมันติ เต.

สัตว์ร้ายน้อยใหญ่ และรากษสเป็นต้น ผู้อยู่ในป่าเขาลำเนาไพรทั้งหลายทั้งปวง ย่อมสงบด้วยเสียงแห่งการสวดคาถาอุปปาตะสันติ
"วะโกวะกา" หรือ "มโหรคา"
***ในบาทที่ ๑ ฉบับพม่ามีรูปว่า วโกวกา แต่คํานี้ไม่มีความหมายในภาษาบาลี เมื่อเทียบกับฉบับล้านนาของไทยพบรูปว่า มโหรคา ซึ่งมีรูปลักษณ์อักษรคล้ายคลึงกับ วโกวกา จึงควรมีคําที่ถูกต้องว่า มโหรคา แปลว่า งูใหญ่

ขออนุญาตต่อนะครับ ๑๕๒. ติสโส

ขออนุญาตต่อนะครับ
๑๕๒. ติสโส วิชชา อะนุปปัตโต สุคันโธ นามะ โสระหา
สัพพะปาปะปะริกขีโณ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระอรหันต์นามว่า สุคันธะ ได้บรรลุวิชชาสาม เป็นผู้หมดสิ้นจากบาปทั้งปวง ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด
"นามะ โสระหา" หรือ "นามะโสระหา"

๒๒๙. สะทามัตตา หาระคะชา มิสสะกา จะ ยะสัสสิโน
ถะนะยัง อาคะปัชชุนโน โย ทิสาสฺวะภิวัสสะติ.

สทามัตตะเทพ หาระคะชะเทพ มิสสะกะเทพ ผู้มีบริวารก็มา ปัชชุนะเทพ ผู้ทำให้ฝนตกทั่วทิศก็มา
"อาคะปัชชุนโน" หรือ "อาคะ ปัชชุนโน"
"โย ทิสาสฺวะภิวัสสะติ" หรือ "โย ทิสา อะภิวัสสะติ"

๒๔๐. ปะริตตะสุภาพฺรัหฺมาโน อัปปะมาณะสุภา จะ เย
สุภะกิณหา จะ พฺรัหฺมาโน ตะติยัชฌานะสัณฐิโน.

พรหมผู้ดำรงอยู่ในตติยฌาน เหล่านี้คือ ปริตตสุภาพรหม อัปปมาณสุภาพรหม และ สุภกิณหาพรหม
"ปะริตตะสุภาพฺรัหฺมาโน" หรือ "ปะริตตะสุภา พฺรัหฺมาโน"

๒๐. นิพพานะปาปะโก โลเก วัสสัสสะตะสะหัสสายุ
กะโรตุ โน มะหาสันติง สุขิตา จะ มะยัง สะทา.

พระองค์ทรงยังสัตว์โลกให้ถึงพระนิพพาน ทรงมีพระชนมายุหนึ่งแสนปี โปรดประทานความสงบร่มเย็น แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด อนึ่งขอให้พวกข้าพระองค์ จงเป็นผู้มีความสุข ในกาลทุกเมื่อเถิด
ควรแปลว่า "พระองค์ทรงยังสัตว์โลกให้ถึงพระนิพพาน" หรือ "พระองค์ทรงดับบาปธรรมแล้วในโลก"

๑๒๓. ธัมมะปาโล มะหาปาโล มะหาธัมมะธะโร ยะติ
มะหาขีณาสะโว โลเก มะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระเถระนามว่า ธัมมปาละ ผู้รักษาธรรมอันประเสริฐ ผู้ทรงไว้ซึ่งธรรมอันประเสริฐ ผู้เป็นพระมหาขีณาสพในโลก ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด
ควรแปลว่า "พระเถระนามว่า ธัมมปาละ ผู้รักษาธรรมอันประเสริฐ..." หรือ "พระมหาปาละ ผู้รักษาธรรม..."

นามะ โสระหา สทามัตตะเทพ

นามะ โสระหา

สทามัตตะเทพ หาระคะชะเทพ มิสสะกะเทพ ผู้มียศ ก็มา
ปัชชุนะเทพ ผู้ทำให้ฝนตกทั่วทิศก็มา
อาคะปัชชุนโน

โย ทิสาสฺวะภิวัสสะติ
ปะริตตะสุภาพฺรัหฺมาโน
นิพพานะปาปะโก พระองค์ทรงยังสัตว์โลกให้ถึงพระนิพพาน
ธัมมะปาโล มะหาปาโล พระเถระนามว่า ธัมมปาละ

กราบรบกวนถามอีกหลายข้อนะครับ

๑๑. อัฏฐาสีติระตะนานิ อัจจุคคะโต ชุตินธะโร
มังคะโล นามะ สัมพุทโธ นะวุติสะหัสสายุโก.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า มังคละ ทรงมีพระวรกายสูงแปดสิบแปดศอก ทรงไว้ซึ่งพระรัศมี ทรงมีพระชนมายุเก้าหมื่นปี.
"อัฏฐาสีติระตะนานิ" หรือ "อัฏฐาสีติ ระตะนานิ"

๕๑. โกนาคะมะนะ สัมพุทโธ ติงสะหัตถะสะมุคคะโต
ติงสะวัสสะสะหัสสานิ อายุ ตัสสะ มะเหสิโน.

พระ โกนาคมนะ สัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงมีพระวรกายสูงสามสิบศอก ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงมีพระชนมายุสามหมื่นปี
"โกนาคะมะนะ สัมพุทโธ" หรือ "โกนาคะมะนะสัมพุทโธ"

๑๐๐. ลาภีนะมุตตะโม เถโร สีวะลิ อิติ วิสสุโต
โส ระโต ปัจจะยาทิมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระเถระนามว่า พระสีวลิ ผู้มีความสันโดษในปัจจัยสี่ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีลาภ ขอจงประทานความสวัสดีแก่ข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด
"โส ระโต" หรือ "โสระโต"

๑๑๒. อัปปาพาโธ มะหาเถโร อัปปาพาธานะมุตตะโม
พากุโล อะระหาชาโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระพากุละเถระ ผู้เป็นพระอรหันต์ เพราะเหตุที่เป็นผู้มีอาพาธน้อย จึงเป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีอาพาธน้อย ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
"อะระหาชาโต" หรือ "อะระหา ชาโต"

๑๔๕. อุโภ ปาปัญจะ ปุญญัญจะ วีติวัตโต อะนาสะโว
วีรัตเถโร ระหัปปัตโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระวีระเถระ ผู้ข้ามพ้นบาปและบุญทั้งสองประการแล้ว ผู้ไม่มีอาสวะ บรรลุถึงความเป็นพระอรหันต์ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด
"วีรัตเถโร ระหัปปัตโต" หรือ "วีรัตเถโรระหัปปัตโต"

อัฏฐาสีติระตะนานิ โกนาคะมะน

อัฏฐาสีติระตะนานิ
โกนาคะมะนะสัมพุทโธ
โส ระโต
อะระหา ชาโต
วีรัตเถโรระหัปปัตโต

รบกวนถามการแบ่งคำครับ ๑๐๙. พา

รบกวนถามการแบ่งคำครับ

๑๐๙. พาหิโยทารุจีริโย ขิปปาภิญญานะมุตตะโม
กะโรตุ โน มะหาสันติง อาโรคฺยัญจะ ชะยัง สะทา.

พระพาหิยทารุจีริยะเถระ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ตรัสรู้เร็ว ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ ความไม่มีโรคและชัยชนะ แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๖๖. ปัญหะพฺยากะระเณ เฉโก เมตตาฌานะระโต ยะติ
โสปาโกปายะสัมปันโน สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระโสปากะเถระ เป็นภิกษุผู้ฉลาดในการทูลตอบปัญหาของพระพุทธเจ้า ผู้ยินดีในฌานอันประกอบด้วยเมตตา ผู้ถึงพร้อมด้วยอุบาย เพื่อให้ได้มรรคผล ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

บาทแรก "พาหิโยทารุจีริโย" ควรเว้นวรรคเป็น "พาหิโย ทารุจีริโย" หรือไม่?
บาทหลัง "โสปาโกปายะสัมปันโน" ควรเว้นเป็น "โสปาโก ปายะสัมปันโน" หรือไม่?

ควรเขียนแยกเป็น พาหิโย

ควรเขียนแยกเป็น พาหิโย ทารุจีริโย
เพราะถ้าเขียนติดกัน ต้องลบวิภัตติสระหน้า กลายเป็น พาหิยทารุจีริโย ซึ่งไม่ถูกคณะฉันท์ (ดู การแต่งฉันท์บาลี)

โสปาก+อุปายสมฺปนฺโน > โสปาก โอปายสมฺปนฺโน > โสปาโกปายสมฺปนฺโน

ขอรบกวนถามเพิ่มเกี่ยวกับการเข

ขอรบกวนถามเพิ่มเกี่ยวกับการเขียนบาลีเป็นไทยครับ
จากตัวอย่างคาถาข้างต้นเป็นการเขียนบาลีทีแปลงเป็นภาษาไทยแล้ว
ถามว่า คำ "อาโรคฺยัญจะ" ควรเขียนเป็น "อาโรค๎ยัญจะ" หรือไม่ครับ? (เปลี่ยนพินทุเป็นยามักการ)

เมื่อแปลงเป็นคำอ่านแบบภาษาไทย

เมื่อแปลงเป็นคำอ่านแบบภาษาไทยแล้ว
แต่เดิม จะใช้ยามักการ ๎ แทนอัฑฒสระ
แต่บางท่าน "อาจจะ" หาปุ่มยามักการไม่เจอ เพราะไม่มีปุ่มบนคีย์บอร์ดโดยตรง ต้องใช้ alt+238
หรืออยากใช้พินทุ ฺ มากกว่า ก็เป็นไปได้
อาโรคฺยญฺจ > อาโรคฺยัญจะ/อาโรค๎ยัญจะ
ปญฺหพฺยากรเณ > ปัญหะพฺยากะระเณ >  ปัญหะพ๎ยากะระเณ
กตฺวา > กัตฺวา > กัต๎วา

คำเหล่านี้ควรเขียนอย่างไร "อ

คำเหล่านี้ควรเขียนอย่างไร
"อะตุล๎โย" หรือ "อะตุโล๎ย"
"ก๎เลโส" หรือ "เก๎ลโส"
"ส๎เนหา" หรือ "เส๎นหา"
ขอกราบเรียนถามนอกหัวข้อนิดนึงครับ
"ขทิระ" น่าจะแปลว่า ไม้สีเสียด หรือ ไม้ตะเคียน หรือ ไม้สะแก

เขียนได้ทั้ง 2 แบบ ไม่ผิด

  • เขียนได้ทั้ง 2 แบบ ไม่ผิด เลือกเอาแบบใดแบบหนึ่ง
  • "ขทิร" ไม้ตะเคียน, ไม้สะแก; ไม้พะยอม เลือกเอาตามสะดวก

อีกข้อครับ ๑๔๔. มารัญชะโย

อีกข้อครับ

๑๔๔. มารัญชะโย มะหาเถโร รามะเณยโย มะหิทธิโก
นิพพานะนินนะจิตโต โส สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระมหาเถระนามว่า มารัญชยะ ผู้มีฤทธิ์มาก และพระมหาเถระนามว่า รามะเณยยะ เป็นผู้มีจิตดิ่งสู่พระนิพพาน ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.

กรณีนี้จะเป็น "กะโรนตุ" หรือไม่ครับ เนื่องจากมีประธาน ๒ องค์

พระมหาเถระนามว่า รามเณยยะ

ควรแปลว่า
พระมหาเถระนามว่า รามเณยยะ ผู้ชนะมาร มีฤทธิ์มาก มีจิตดิ่งสู่พระนิพพาน ขอจงกระทำความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.

ที่แปลเป็น 2 คน  คงแปลผิด เพราะประธานมีคนเดียว
มารัญชโย เป็นวิเสสนะ

กราบขอบพระคุณครับ ขออีกข้อนึง

กราบขอบพระคุณครับ
ขออีกข้อนึงครับ

๒๐๑. ปุริมัญจะ ทิสัง ราชา ธะตะรัฏโฐ ปะสาสะติ
คันธัพพานัง อะธิปะติ มะหาราชา ยะสัสสิ โส.

ท้าวมหาราชนามว่า ธตรัฏฐะ ปกครองอยู่ในทิศบูรพา เป็นอธิบดีของพวกคนธรรพ์ ท้าวเธอมีบริวารมาก

๒๐๒. ปุตตาปิ ตัสสะ พะหะโว อินทะนามา มะหัพพะลา
โส ราชา สะหะ ปุตเตหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

แม้บุตรของท้าวเธอก็มีมาก นามว่า อินทะ มีกำลังมาก ขอท้าวธตรัฏฐะกับบุตรทั้งหลาย จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

คำ "กะโรตุ" ควรเป็น "กะโรนตุ" หรือไม่ครับ (เนื่องจากเป็นพหูพจน์ ?)

ปุตตาปิ ตัสสะ

ปุตตาปิ ตัสสะ พะหะโว อินทะนามา มะหัพพะลา
โส ราชา สะหะ ปุตเตหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

กโรตุ เป็น กิริยาของ ราชา ซึ่งเป็นเอกวจนะ จึงถูกต้องแล้ว

ขอท้าวธตรัฏฐะกับบุตรทั้งหลาย

ขอท้าวธตรัฏฐะกับบุตรทั้งหลาย
กรณีนี้ "กับบุตรทั้งหลาย" ไม่นับเข้าร่วมเป็นประธานด้วยหรือครับ

ราชา สห ปุตฺเตหิ = ราชา

ราชา สห ปุตฺเตหิ = ราชา กับบุตรทั้งหลาย

กับบุตรทั้งหลาย (สห ปุตฺเตหิ) ไวยากรณ์บาลีไม่ถือเป็นประธาน เพราะคนละวิภัตติ คนละหน้าที่กับประธาน (ราชา)

ถ้าเป็นประธานร่วมกัน ต้องเขียนว่า ราชา และบุตรทั้งหลาย (ราชา จ ปุตฺตา จ)

กราบขอบพระคุณมากครับ

กราบขอบพระคุณมากครับ ขอรบกวนอีกข้อนะครับ

๒๖๓.    โสตถิกาโม  ละเภ  โสตถิง    สุขะกาโม  สุขัง  ละเภ
        อายุกาโม  ละเภยยายุง    ปุตตะกาโม  ละเภ  ปุตตัง.

ผู้ใดปรารถนาความสวัสดี พึงได้ความสวัสดี  ผู้ปรารถนาความสุข พึงได้ความสุข  ผู้ปรารถนาอายุ พึงได้อายุ  ผู้ประสงค์บุตร พึงได้บุตร

คำว่า "ปุตตัง" บางแห่งเป็น "ปุตเต" บางแห่งเป็น "สุเต" (พบ "สุเต" มากที่สุด)
ควรเป็นคำไหนครับ

ปุตฺตกาโม ลเภ ปุตฺตํ ปุตฺตํ

ปุตฺตกาโม ลเภ ปุตฺตํ
ปุตฺตํ บุตรคนเดียว
ปุตฺเต บุตรหลายคน
สุเต บุตรหลายคน

ใช้ได้ทั้งหมด

ใช้ได้ทั้งสอง

อญฺชลิ ปญฺชลิ
ใช้ได้ทั้งสอง แปลเหมือนกัน ป+อญฺชลิ = ปญฺชลิ

รบกวนถามน้ำหนักของคำ ว่า

รบกวนถามน้ำหนักของคำ ว่า อญฺชลี และ ปญฺชลี
ปญฺชลี ให้ความหมายในทางนอบน้อมมากกว่า ใช่หรือไม่ครับ

เท่าๆ กัน มากน้อยอยู่ที่ปริบท

เท่าๆ กัน มากน้อยอยู่ที่ปริบท